“อนุทิน” ตรวจกราดยิง เด็กก่อเหตุเครียดเรียน เชื่อมีเตรียมการ

การเมือง ข่าว
“อนุทิน” เผยเด็กก่อเหตุกราดยิง เครียดเรื่องเรียน เชื่อเตรียมการเป็นขั้นตอน ชี้มีกระสุนอีกกว่า 30 นัด หากไม่จบชีวิตตัวเองอาจสูญเสียเพิ่ม ยืนยันเสียชีวิต 8 ราย บาดเจ็บกว่า 30 คน สาหัส 9 ราย เตรียมกำชับตำรวจเข้มงวดตรวจอาวุธปืน

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เพื่อติดตามเหตุใช้อาวุธปืนยิงครูและเพื่อนนักเรียน จนมีผู้เสียชีวิตรวม 6 รายและบาดเจ็บ 23 ราย

 

สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้มีรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงร่วมติดตามสถานการณ์หลายหน่วยงาน ได้แก่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย


พร้อมด้วยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี

ทันทีที่เดินทางถึง นายกรัฐมนตรีรับฟังรายงานเบื้องต้นจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก่อนเข้าห้องประชุมเพื่อรับฟังการบรรยายสรุปเหตุการณ์อย่างละเอียด พร้อมสอบถามถึงสาเหตุ ลำดับเหตุการณ์ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ

 

นายอนุทิน เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามเหตุยิงภายในโรงเรียนว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ถือว่าโชคดีที่สถานการณ์ยุติลงได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังมีกระสุนอยู่อีกกว่า 30 นัด หากไม่ได้ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง อาจเกิดความสูญเสียเพิ่มขึ้น

 

ส่วนสาเหตุเบื้องต้น คาดว่าเกิดจากความเครียดเรื่องการเรียน เนื่องจากคุณย่าของผู้ก่อเหตุเป็นครู และค่อนข้างเข้มงวด ต้องการให้หลานเรียนได้ดี โดยจากการสอบปากคำเพื่อนสนิท พบว่าผู้ก่อเหตุมีการพูดถึงความเครียดเรื่องเรียนอยู่บ่อยครั้ง

นายกรัฐมนตรีระบุว่า จากพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น เชื่อว่าผู้ก่อเหตุน่าจะมีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี มีลำดับขั้นตอนและเป้าหมายที่ชัดเจน โดยก่อนเดินทางมาก่อเหตุที่โรงเรียน ยังมีข้อมูลว่าได้ยิงปู่และย่าที่บ้านพักก่อน แต่ในช่วงแรกผู้เกี่ยวข้องยังไม่ทราบเรื่อง กระทั่งตำรวจเดินทางไปที่บ้านเพื่อค้นหาผู้ปกครอง จึงพบผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย

 

สำหรับอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ นายกรัฐมนตรีระบุว่า เป็นปืนของปู่ และมีการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง ขณะที่ก่อนหน้านี้พบข้อมูลบนสื่อออนไลน์ว่า ผู้ก่อเหตุเคยโพสต์ภาพอาวุธปืนลงในโซเชียลมีเดีย

 

ส่วนยอดผู้เสียชีวิต ยืนยันเบื้องต้น 8 ราย แบ่งเป็นครู 5 ราย ปู่ ย่า และผู้ก่อเหตุ ส่วนผู้บาดเจ็บมีมากกว่า 30 คน ในจำนวนนี้อาการสาหัส 9 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด โดยรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าและโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

 

หลังจากนี้ นายกรัฐมนตรีระบุว่าจะหารือกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการควบคุมการพกพาอาวุธปืน โดยย้ำว่ากฎหมายกำหนดชัดเจนว่าบุคคลทั่วไปไม่สามารถพกพาอาวุธปืนได้โดยไม่มีเหตุอันควร พร้อมกำชับให้การตั้งด่านตรวจในอนาคตมีความเข้มงวดเรื่องการพกพาอาวุธปืนมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันขึ้นอีก

นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีที่มีข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุเคยมีประวัติฝึกซ้อมยิงปืนว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานในประเด็นดังกล่าว เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีอายุเพียง 14 ปี จึงไม่สามารถดำเนินการในลักษณะดังกล่าวได้ตามปกติ แต่อาจเป็นไปได้ว่าเด็กอาจศึกษาหรือเรียนรู้เรื่องอาวุธปืนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

 

ส่วนมาตรการดูแลและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ขณะนี้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลแล้ว ทั้งกรมสวัสดิการและคุ้มครองสิทธิ กระทรวงยุติธรรม สำนักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงมีกองทุนสำหรับช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ โดยรัฐบาลจะพยายามเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บให้ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถดำเนินการได้

 

นายกรัฐมนตรี ยืนยันด้วยว่า ผู้ก่อเหตุเป็นผู้ตัดสินใจจบชีวิตด้วยตัวเอง ไม่ได้เกิดจากการกดดันหรือการกระทำของเจ้าหน้าที่

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่