กรมอุทยานฯ แจงเหตุเสือห้วยขาแข้ง ชี้ไม่ใช่เสือกินคน

Video คลิปข่าวทั่วไป
จากเหตุสะเทือนใจที่เจ้าหน้าที่ห้วยขาแข้งถูกเสือโคร่งทำร้ายจนเสียชีวิตกรมอุทยานฯ ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมอธิบายสาเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว

 

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยผลตรวจสอบจากฐานข้อมูลกล้องดักถ่ายภาพที่เก็บต่อเนื่องมากว่า 30 ปี พบว่าเสือที่ก่อเหตุเป็นลูกเสือโคร่งเพศผู้อายุประมาณ 1 ปี 6 เดือน หนึ่งในลูกของ “แม่เสืออภิญญา” ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่นี้ตามธรรมชาติ

 

นักวิชาการวิเคราะห์ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุบัติเหตุจากพฤติกรรมของลูกเสือวัยกำลังเรียนรู้การล่าเพราะช่วงเกิดเหตุเจ้าหน้าที่นอนราบอยู่กับพื้น ทำให้เสือเข้าใจผิดว่าเป็นเหยื่อตามธรรมชาติจึงเข้าโจมตี

กรมอุทยานฯ ย้ำว่า ยังไม่ถือเป็น “เสือกินคน” เพราะไม่พบพฤติกรรมทำร้ายมนุษย์ซ้ำหรือเลือกมนุษย์เป็นเหยื่อ อีกทั้งเสือยังใช้ชีวิตอยู่ในอาณาเขตเดิมไม่ได้ออกนอกพื้นที่หรือเข้าไปรบกวนชาวบ้าน

 

หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะติดตั้งกล้องดักถ่ายเพิ่มเติม เพื่อติดตามพฤติกรรมของลูกเสือตัวนี้อย่างใกล้ชิดหากยังสามารถล่าเหยื่อตามธรรมชาติได้ ก็จะปล่อยให้อยู่ในระบบนิเวศตามเดิมแต่หากพบว่ามีพฤติกรรมเข้าโจมตีคนซ้ำ จะดำเนินการจับเพื่อนำไปปรับพฤติกรรมตามหลักวิชาการ

 

นอกจากนี้ ยังเพิ่มมาตรการความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่ เช่น ห้ามปฏิบัติงานลำพัง ต้องมีคู่หูปรับปรุงที่พักให้ปลอดภัย และหลีกเลี่ยงการนอนในพื้นที่เปิดโล่งรวมถึงประกาศปิดการท่องเที่ยวและการเข้าศึกษาธรรมชาติในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะประเมินความปลอดภัยแล้วเสร็จ

 

ปัจจุบัน พื้นที่ห้วยขาแข้งมีเสือโคร่งเต็มวัยราว 100 ตัว และยังมีลูกเสือวัยกำลังเติบโตอีกราว 30 ตัวขณะที่พื้นที่ป่าใกล้เคียงอย่างทุ่งใหญ่นเรศวร มีเสือโคร่งอีกราว 40 ตัว ซึ่งกรมอุทยานฯระบุว่า พื้นที่ป่ายังคงรองรับประชากรเสือโคร่งได้อย่างเหมาะสม

 

อย่างไรก็ตาม กรมอุทยานฯ ย้ำว่า เหตุการณ์นี้เป็นความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นแต่จากข้อมูลทางวิชาการในขณะนี้ ยังไม่พบหลักฐานว่าเสือตัวดังกล่าวมีพฤติกรรมเป็น “เสือกินคน”และจะเดินหน้าติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด
ควบคู่กับการยกระดับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต่อไป

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่