ดราม่าแฟนคลับจีน ในงานมหกรรมนิยายนานาชาติ 2026 พีคสุดเดือดขึ้นเทรนด์อันดับ 1

Hot Clips Video

 

กลายเป็นดราม่าหนักที่หลายคนสนใจสำหรับเรื่องราวของค่ายดัง GMMTV กับเหตุการณ์ชุลมุนภายในงานมหกรรมนิยายนานาชาติ 2026 ซึ่งมีการพูดถึงเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างแพร่หลาย โดยเป็นเหตุการณ์การปะทะระหว่างแฟนคลับชาวจีนกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ภายในงาน จนคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกออนไลน์และมีการวิจารณ์อย่างหนักหน่วง

 

 

มีการสรุปเรื่องราวจากฝั่งแฟนคลับชาวไทย ที่ลำดับเหตุการณ์ ว่า เหตุการณ์นี้เริ่มจากมีแฟนคลับหญิงชาวจีนพยายามแซงคิว ยึดที่นั่งริมสุดโดยอ้างว่ามาจองคิวตั้งแต่เช้า เจ้าหน้าที่พยายามสื่อสารกับตัวแฟนคลับอยู่นานหลายภาษาแต่ไม่เข้าใจกัน แฟนคลับคนนี้พยายามดันเจ้าหน้าที่ จนถูกเจ้าหน้าที่พาตัวออกมาข้างนอกงาน ซึ่งคลิปจากแฟนคลับชาวไทยที่ถ่ายไว้หลากหลายมุม แสดงให้เห็นว่าแฟนคลับชาวจีนที่มีปัญหา ถีบเจ้าหน้าที่ขณะพาตัวออกมา จึงมีการกอดรัดกันเพื่อสงบเหตุ และแฟนคลับทั่วไปห้ามไม่ให้ศิลปินเดินมา เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยยจากเหตุการณ์นี้ หลังจากมีการลงคลิปเหตุการณ์ในมุมต่างๆ ในโลกออนไลน์ และมีการสาดดราม่าใส่กันทั้งแฟนคลับไทยและจีน ทำให้ฝั่งโซเชียลจีนเดือดและโจมตีการทำงานของเจ้าหน้าที่ไทยว่า ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ และมีการอ้างว่า ที่แฟนคลับจีนใช้เท้าเตะก็เพื่อป้องกันตัว ทำให้เจ้าหน้าที่โมโหแล้วพุ่งจับทุ่มลงพื้นจนทำให้เสื้อสายเดี่ยวของแฟนคลับจีนคนดังกล่าวขาดหลุดรุ่ย และสร้อยข้อมือขาดเสียหาย นอกจากนี้ยังถูกยึดทรัพย์สินและถุงสินค้าออฟฟิเชียลไป และยังถูกลากตัวจากชั้นบนลงมาถึงชั้น 1 ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีจากผู้เห็นเหตุการณ์บางกลุ่มในบริเวณนั้น

ขณะที่ แฟนคลับชาวไทยที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ชี้แจงว่า ข่าวจากสื่อจีนที่อ้างว่ามีเจ้าหน้าที่ชายเป็นคนจับทุ่มนั้นบิดเบือนไปจากความเป็นจริงอย่างหนัก เพราะจากคลิปวิดีโอเห็นได้ชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่ที่พยายามเจรจาพาตัวออกไปและเข้าควบคุมตัวนั้นเป็นผู้หญิงทั้งหมด

ทางด้าน GMMTV ออกแถลงการณ์ โดยมีข้อความว่า “เจ้าหน้าที่ที่ปรากฏในเหตุการณ์ เป็นบุคลากรภายนอกที่บริษัทว่าจ้างมาปฏิบัติงาน ไม่ใช่พนักงานประจำของ GMMTV อย่างไรก็ตาม บริษัทตระหนักถึงความรับผิดชอบในการกำกับดูแลบุคลากรที่เข้ามาปฏิบัติงาน จึงมีคำสั่ง ระงับการว่าจ้างเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวเป็นการชั่วคราว จนกว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะเสร็จสิ้นและได้ข้อยุติ

หลังแถลงการณ์ของ GMM TV ออกมาในลักษณะดังกล่าว ทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจ และการโต้กลับจากแฟนคลับชาวไทยอย่างรุนแรง ใน X หรือ ทวิตเตอร์ ได้ผุดแฮชแท็ก #แบนgmmtv ขึ้นมา จนขึ้นเทรนด์อันดับ 1 โดยส่วนใหญ่มองว่าแถลงการณ์ดังกล่าวไม่เป็นธรรมกับผู้ปฏิบัติงาน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ถูกทำร้ายร่างกายก่อน แต่ค่ายกลับเลือกพักงานเจ้าหน้าที่ โดยไม่มีมาตรการลงโทษหรือจัดการกับแฟนคลับที่ฝ่าฝืนกฎ และก่อความวุ่นวายเลยแม้แต่น้อย พร้อมวิจารณ์ว่าค่ายเห็นแก่ผลประโยชน์ มากกว่าความถูกต้องและการปกป้องบุคลากรในงาน

และสิ่งที่ทำให้เหมือนเติมเชื้อไฟให้กับแฟนคลับคนไทย เพิ่มมากขึ้น คือ แถลงการณ์ของ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ที่มีการโพสต์ถึงกรณีดังกล่าวว่า การได้รับแจ้งจากพลเมืองจีนเกี่ยวกับการถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยใช้กำลังเกินสมควร
สำหรับกรณีมีพลเมืองจีนคนหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยใช้กำลังเกินสมควร และนำตัวออกจากพื้นที่จัดงานเมื่อเข้าร่วมงานหนังสือในกรุงเทพฯ ในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้รับแจ้งจากพลเมืองจีนคนนี้แล้ว และได้รับทราบแถลงการณ์จากผู้จัดงานหนังสือ ซึ่งยอมรับว่า “มีการใช้กำลังเกินกว่าที่ควรแก่สถานการณ์”
สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจข้อเท็จจริงและดำเนินการแก้ไขกรณีอย่างเหมาะสมโดยเร็ว สถานเอกอัครราชทูตจีนจะให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นแก่พลเมืองจีนภายในขอบเขตหน้าที่ และปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของพลเมืองจีน

ทำให้สมาชิกเฟซบุ๊กชาวไทย พารถทัวร์ไปถล่มเพจของสถานทูตจีน โดยมีการเข้าไปแสดงความคิดเห็นในเพจของสถานทูตจีนอย่างแพร่หลาย เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงอีกด้านผ่านหลักฐานคลิปวิดีโอและมุมมองจากผู้อยู่ในเหตุการณ์งัดหลักฐานคลิปวิดีโอแย้ง ชี้พลเมืองจีนทำผิดกฎและทำร้าย รปภ.ก่อน

ทั้งนี้ ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียชาวไทยจำนวนมากได้นำคลิปเหตุการณ์ออกมาเผยแพร่และวิจารณ์ โดยระบุว่าต้นเหตุเกิดจากการที่พลเมืองจีนคนดังกล่าวกระทำผิดระเบียบด้วยการแซงคิว และไม่ปฏิบัติตามคำเตือนของเจ้าหน้าที่ผู้จัดงาน ทั้งนี้ ภาพจากคลิปวิดีโอปรากฏชัดเจนว่าพลเมืองจีนคนดังกล่าวเป็นฝ่ายกระโดดถีบพนักงานรักษาความปลอดภัยก่อน ส่งผลให้ รปภ.จำเป็นต้องทำการควบคุมตัวลงกับพื้นเพื่อป้องกันตัวและรักษาความปลอดภัยในพื้นที่

นอกจากนี้ ชาวเน็ตยังได้ตั้งคำถามถึงมาตรฐานการปฏิบัติตนและการเคารพกฎหมายของประเทศปลายทาง โดยชี้ว่าหากเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้กับคนไทยในประเทศจีน เจ้าหน้าที่ฝั่งจีนคงจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกัน

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ได้สั่งให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร เรื่องนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ส่วนที่คนไทยเข้าไปคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์ ในเพจของสถานทูตจีนจำนวนมาก นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า สถานทูตก็ต้องออกมาชี้แจง ส่วนข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร คงต้องมีการตรวจสอบ ก็เข้าใจได้ถึงความรู้สึกต่าง ๆ เราต้องเอาข้อเท็จจริงให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายดีกว่า

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่