จับเวียดนามร่วมแก๊งซุกไอซ์ พบดูแลเว็บ20เว็บพนัน

อาชญากรรม ข่าว

 

นครบาล แถลงจับ ชายชาวเวียดนาม ทำหน้าที่กดเงิน ขบวนการซุกไอซ์ในกระปุกมะขามเปียกส่งประเทศญี่ปุ่น พบเป็นโปรแกรมเมอร์ดูแลเว็บพนันเวียดนามกว่า 20 เว็บไซต์

 

 

วันนี้ (27 ก.ค. 69) ที่ สน.บางยี่ขัน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางมาสอบปากคำ นายเหงียน ทิน เฮา ผู้ต้องหาชาวเวียดนาม หลังถูกจับกุมจากการขยายผลเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายรายการ

คดีนี้สืบเนื่องจากกรณีหญิงชาวไทยถูกฝากให้หิ้วกระปุกมะขามเปียกเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น แต่เกิดความผิดสังเกตจึงนำพัสดุเข้าแจ้งตำรวจให้ตรวจสอบ ก่อนพบยาไอซ์กว่า 2 กิโลกรัมซุกซ่อนอยู่ภายใน โดยก่อนหน้านี้ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องได้แล้ว 2 ราย และขยายผลจนพบผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ภายหลังการสอบปากคำ พล.ต.ท.สยาม เปิดเผยว่า ล่าสุดตำรวจจับกุม นายเหงียน ทิน เฮา ผู้ต้องหาชาวเวียดนามเพิ่มเติมอีก 1 ราย โดยจากแนวทางการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหารายนี้มีหน้าที่กดเงินสดให้กับเครือข่าย ซึ่งหลังจากกดเงินเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ได้เดินทางออกนอกประเทศไทยทันที

กระทั่งวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายเหงียนเดินทางกลับเข้าประเทศไทยผ่านทางจังหวัดนครพนม ก่อนเดินทางเข้าพักในพื้นที่ย่านสาทร กรุงเทพมหานคร ชุดสืบสวน บก.น.7 จึงติดตามเข้าจับกุมตัวได้ภายในห้องพัก พร้อมตรวจยึดโน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ และพยานหลักฐานอีกหลายรายการ

จากการตรวจสอบของกลาง ตำรวจพบข้อมูลที่สอดคล้องกับข้อสันนิษฐานว่า กลุ่มผู้ต้องหาอาจมีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด นอกจากประเด็นการลักลอบส่งยาเสพติดข้ามประเทศแล้ว ยังพบข้อมูลว่า นายเหงียนมีบทบาทเป็นแอดมินดูแลระบบเว็บพนันออนไลน์ของเวียดนามกว่า 20 เว็บไซต์ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการดำเนินการ

ทั้งนี้ ทันทีที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบระบบของเว็บไซต์ดังกล่าว พบว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังได้สั่งปิดระบบทันที ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ตรวจยึดได้ เพื่อขยายผลไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้อง

เบื้องต้น นายเหงียนให้การยอมรับว่า มีหน้าที่กดเงินจริง แต่ระบุว่าเป็นเพียงการรับจ้างกดเงิน และปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติหรือเว็บพนันออนไลน์ อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ และอยู่ระหว่างขยายผลติดตามตัวผู้บงการ ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดมีการอ้างว่าอยู่ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ส่วนข้อสงสัยว่าเครือข่ายนี้อาจเชื่อมโยงกับกรณีหญิงไทยที่รับหิ้วกาแฟไปประเทศญี่ปุ่น ก่อนถูกจับกุมในคดียาเสพติดนั้น พล.ต.ท.สยาม ระบุว่า จากการประสานข้อมูลกับตำรวจภูธรภาค 1 พบว่าทั้งสองคดีมีรูปแบบพฤติการณ์คล้ายคลึงกัน และมีจุดหมายปลายทางเป็นประเทศญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน จึงมีความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นเครือข่ายเดียวกัน

เบื้องต้นได้สั่งการให้ บก.น.7 ประสานข้อมูลกับ สภ.บางบัวทองอย่างใกล้ชิด เพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงและเร่งขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงติดตามตัวผู้บงการของเครือข่ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่