จ่อเอาผิดคนทำข้อมูลคดีฮั้ว สว.หลุด อ้างกดดันคำวินิจฉัย กกต.

Hot Clips Video

 

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) เเจ้งว่า กรณีนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. เเละนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต. ระบุว่า สำนวนคดีฮั้วสว. น่าจะสรุปได้หลังจากคณะกรรมการกกต.ประชุมอีก 4 ครั้ง ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนสิงหาคม ขณะเดียวกันนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการผู้จัดการสถาบันพระปกเกล้าและไอลอว์ (iLaw) ได้ระบุชื่อเเกนนำพรรคภูมิใจไทย 9 คน ขอให้นายพริษฐ์ วัชระสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน ตรวจสอบ ส่งผลให้พรรคภูมิใจไทยเตรียมดำเนินคดีทางกฎหมาย

 

เเหล่งข่าว ระบุว่า กกต.กำลังจับตาความเคลื่อนไหวของนายยิ่งชีพ และนายพริษฐ์ เนื่องจากมีความเคลื่อนไหวสอดรับนักวิชาการ สว.อิสระ และสว.สำรอง รวมทั้งผู้สมัครสว.บางรายที่ออกมาให้ข้อมูลกับสังคมในข่วงที่ผ่านมา จะพบว่าบางประการมีความผิดปกติ

 

โดยเฉพาะลักษณะข้อมูลของบุคคลเหล่านี้ที่นำมาเผยเเพร่กับสังคมในช่วงที่ผ่านมา สอดรับกันอย่างผิดวิสัยเเม้จะอ้างว่าได้มาจากการไปร่วมพูดคุยกับตัวเเทน เเกนนำบางพรรคในข่วงก่อนการเลือกสว.

 

“ข้อมูลบางประเด็นอยู่ในสำนวนมติคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง ชุดที่ 26 เเต่บุคคลบางรายนำมาเปิดดผยกับสังคมในช่วงที่ผ่านมาเเละกำลังจะเปิดเผยอีกนั้น มีโอกาสสูงที่ข้อมูลของการสืบสวนในคณะอนุกรรมการฯชุดที่ 26 รั่วไหลไปยังบางฝ่าย และถูกนำมาเผยแพร่ต่อสังคม ซึ่งอาจจะมีเจตนาเพื่อกดดันการวินิจฉัยของกกต. ให้เป็นไปในทิศทางที่ฝ่ายการเมืองต้องการ”

 

โดยข้อมูลดังกล่าวถือเป็น ความลับในสำนวนการสอบสวน เมื่อถูกเผยแพร่ออกสู่สังคม ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนั้นนับว่าเป็นความผิดทางกฎหมาย เนื่องจากเป็นการนำความลับทางราชการ (สำนวนการสอบสวน) ออกไปเผยเเพร่สู่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต”

 

ขณะที่ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ กล่าวว่า การที่ มีการขู่ฟ้องดำเนินคดีกับประชาชนที่เปิดเผยข้อมูล หรือทำให้หลักฐานคดีฮั้วสว.หลุดออกไป ซึ่งถ้าจะฟ้องขอให้ฟ้องทนายอั๋น และอยากให้กกต.มีกลไกคุ้มครองพยาน โดยยกเปรียบเทียบกับการทำหน้าที่ของกกต.เกาหลีใต้ ที่เวลานี้ในประเทศของเขาก็พบการทุจริตการเลือกตั้งคล้ายกับประเทศไทย เมื่อประชาชนของเขาเอาข้อมูลไปให้กับกกต.สิ่งแรกที่กกต.เกาหลีใต้ทำคือคุ้มครองพยาน และดำเนินคดี กับเจ้าหน้าที่ที่ถูกประชาชนกล่าวหาว่าทำผิด จำคุก 5 ปี ปรับสูงสุด 50 ล้านวอน แต่ที่เมืองไทย กกต. กลับแสดงออกในทำนอง ว่า จะดำเนินคดีประชาชน หรือเรามาขอพบช่วง 3 ปีที่ผ่านมาก็ไม่เคยได้พบ ถ้ากกต.ทำอะไรตรงไปตรงมาประชาชนคงไม่ออกมาเคลื่อนไหว

 

ทนายอั๋นยังระบุด้วยว่า พบความผิดปกติตั้งแต่การตั้งบุคคลเข้าไปเป็นกรรมการสอบว่าเคยเป็นบุคคลที่เข้าไปต้อนรับคำนับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่สนามบินในจังหวัดบุรีรัมย์ วันนี้ก็มีข่าวหลุดออกมาว่าจะมีมติมาถึงจุดว่ามีมติ 4-3 บ้าง 5-2 บ้างว่าจะยกคำร้อง จึงทำให้เกิดความไม่ไว้ใจ

 

นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า สัปดาห์หน้าตนจะมาเปิดข้อมูลว่าคนที่โอนเงินให้เจ้าหน้าที่กกต. และโอนเงินให้เครือข่ายสุราษฎร์ธานี เอาเงินมาจากไหน มันเป็นช่วงสุดท้ายที่จะเปิดข้อมูลเปิดชื่อกันไปเลย

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่