เหตุลอบโจมตีจุดตรวจเทศบาลบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ที่คนร้ายใช้อาวุธปืนและระเบิดโจมตีเจ้าหน้าที่กลางชุมชน จนทำให้ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย บาดเจ็บอีก 5 คน รวมถึงมีเด็กชายได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุสะเทือนขวัญที่ไม่ได้สะท้อนเพียงความสูญเสีย แต่ยังตั้งคำถามสำคัญต่อประสิทธิภาพด้านความมั่นคง และอนาคตของกระบวนการสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้
จุดที่น่ากังวลที่สุดของเหตุการณ์ครั้งนี้ คือ “พื้นที่ก่อเหตุ” ซึ่งเป็นจุดตรวจรักษาความปลอดภัยในเขตเทศบาล ใจกลางชุมชน ไม่ใช่พื้นที่ห่างไกลหรือฐานปฏิบัติการกลางป่า การเลือกใช้ทั้งระเบิดและอาวุธสงครามในพื้นที่ที่มีประชาชนสัญจรจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นว่าผู้ก่อเหตุมิได้มุ่งโจมตีเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น แต่ยังยอมรับความเสี่ยงที่จะให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ตกเป็นเหยื่อด้วย
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า ระบุชัดว่า การใช้อาวุธสงครามในเขตเมือง ถือเป็นพฤติกรรมที่ไร้มนุษยธรรม เพราะสร้างความเสี่ยงต่อเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และประชาชนทั่วไป ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง
ในขณะที่ ท่าทีของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่แม้จะมีความล้าช้า แต่ระบุว่า ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประณามผู้ก่อเหตุว่าเป็นขบวนการก่อการร้าย”และย้ำว่าการกระทำดังกล่าวเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพูดคุยสันติภาพ พร้อมสั่งการให้กองทัพภาคที่ 4 กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ศอ.บต. กระทรวงมหาดไทย และทุกหน่วยงานด้านความมั่นคง บูรณาการกำลังติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุโดยเร็วที่สุด พร้อมยืนยันว่า จะใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยให้ผู้ก่อเหตุลอยนวล
นายกรัฐมนตรี ยังยอมรับว่า ระบบการข่าวและการป้องกันเหตุจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง เพราะเหตุการณ์ลักษณะนี้สร้างความหวาดกลัวให้ประชาชน และบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อภาครัฐ
โดยกำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้งด้านการข่าว การป้องกัน และการตอบโต้ รวมถึงเร่งผลักดันกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขให้มีความชัดเจนและคืบหน้ามากขึ้น เพราะหากยังปล่อยให้ความรุนแรงเกิดขึ้นต่อเนื่อง ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
**น่าสังเกตว่า แม้นายกรัฐมนตรี จะระบุว่าเหตุลักษณะนี้ “คาดเดาไม่ได้” แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ย้ำว่าทุกจุดในพื้นที่ต้องยกระดับการเฝ้าระวัง เพราะเหตุรุนแรงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งสะท้อนว่ารัฐกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญในการป้องกันเหตุเชิงรุก โดยเฉพาะเรื่องข่าวกรอง การประเมินความเสี่ยง และการรักษาความปลอดภัยต่อกำลังพล ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (24 ก.ค.69) นายกรัฐมนตรี จะมีการประชุมร่วมกับหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ**
ส่วนในวันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน. ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาสเป็นการเร่งด่วน เพื่อติดตามสถานการณ์และประสานการปฏิบัติกับทุกหน่วยด้านความมั่นคง ขณะที่พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็เตรียมลงพื้นที่เช่นกัน เพื่อประเมินข้อบกพร่องและกำหนดมาตรการรับมือในระยะต่อไป
ด้านฝ่ายค้าน โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ออกแถลงการณ์ประณามการใช้ความรุนแรงอย่างชัดเจน พร้อมย้ำว่า การก่อเหตุไม่ใช่หนทางแก้ไขความขัดแย้ง และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจับกุมผู้ก่อเหตุ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงเดินหน้ากระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขอย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตาม ในโลกออนไลน์กลับเกิดอีกประเด็น เมื่อมีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์จำนวนหนึ่งตั้งข้อสังเกตถึงท่าทีของนายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งติดตามปัญหาชายแดนใต้อย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่า แม้จะสนับสนุนกระบวนการสันติสุข แต่ไม่ได้กล่าวประณามผู้ก่อเหตุโดยตรง ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมา แม้เจ้าตัวจะเผยแพร่แถลงการณ์ของหัวหน้าพรรคที่ประณามเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วก็ตาม
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news