สเปน ผงาดแชมป์โลกสมัย 2 ทำ”เมสซี”ฝันสลาย

Hot Clips Video คลิปข่าวทั่วไป

 

ในที่สุด ฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งมีเจ้าภาพร่วม 3 ชาติ “สหรัฐอเมริกา,แคนาดา และ เม็กซิโก”โดยมี 48 ชาติเข้าร่วมฟาดแข้งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ก็ปิดฉากลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “กระทิงดุ” สเปน ที่มี “ยามีน ยามาล” เป็นอนาคตของโลกฟุตบอล คือทีมที่เก่งที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้ คว้าแชมป์โลกไปครองได้สำเร็จ ด้วยชัยชนะแบบฉิวเฉียด 1-0 ในการดวล 120 นาที กับ อาร์เจนตินา แชมป์เก่า ที่มี “ลิโอเนล เมสซี” สุดยอดตำนานเป็นจอมทัพ

 

 

 

โดยก่อนลงสนามนัดชิงชนะเลิศนั้น สเปนเป็นที่เสียประตูน้อยที่สุดของทัวร์นาเมนต์ เพียง 1 ประตูเท่านั้น ส่วนอาร์เจนตินา ลงเล่นไป 7 นัด ทำไป 19 ประตู เฉลี่ยยิง 2.7 ประตูต่อนัด นับเป็นการพบกันของคู่ชิงชนะเลิศที่สูสีกันมากทีมหนึ่งเก่งเกมบุก และอีกทีมมีสุดยอดเกมรับ และอีกสถิติสุดสำคัญของ ทั้ง 2 ชาติ คือเคยพบกันในทัวร์นาเมนต์ที่เป็นทางการมาแล้วทั้งสิ้น 14 ครั้ง สเปน ชนะ 6 ครั้ง และอาร์เจนตินา ก็ชนะ 6 ครั้ง เสมอกัน 2 ครั้ง โดยครั้งนี้ คือครั้งที่ 15 และมีถ้วยแชมป์โลกเป็นเดิมพัน

ชัยชนะของสเปน ในรอบชิงชนะเลิศ ได้ประตูชัย ในนาที 106 จาก ฝีเท้าของ “เฟอร์รัน ตอร์เรส” สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้เป็นสมัยที่ 2 หลังจากเคยทำสำเร็จครั้งแรกเมื่อปี 2010 หรือ 16 ปีก่อน ที่ประเทศแอฟริกาใต้ เป็นเจ้าภาพ พร้อมกันนี้ ผู้เล่นกระทิงดุ ยังคว้ารางวัลส่วนบุคคลได้อีกเกือบครบทุกตำแหน่ง โดย “โรดริโก” มิดฟิลด์จอมทัพ คว้าผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์,”อูไน ซิม่อน” ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม ถุงมือทองคำ,”เปา กูบาร์ซี” กองหลังตัวเก่ง ซิวดาวรุ่งยอดเยี่ยม ส่วนรางวัลรองเท้าทองคำ ดาวซัลโวสูงสุด เป็นของ “คีเลียน เอ็มบัปเป” กองหน้าฝรั่งเศส

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา เป็นผู้มอบถ้วยแชมป์โลกให้กับทัก”กระทิงดุ” ท่ามกลางเสียงโห่จากแฟนบอล ก่อนจะ สร้างสีสันด้วยการเต้นท่าประจำตัวที่ถูกเรียกว่า “Trump Dance” ต่อหน้านักเตะทีมชาติสเปน พร้อมกล่าวชื่นชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ว่าเป็น “มหกรรมกีฬาที่ประสบความสำเร็จที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา” ด้าน “หลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต้” เฮดโค้ชทีมชาติสเปน กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ หลังพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 2 ว่า “เมื่อเรารวมเป็นหนึ่งเดียว เราจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น” นักเตะทุกคนสร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศ

สำหรับเส้นทางของสเปน ก่อนเถลิงแชมป์โลก เปิดสนามนัดแรกในรอบแบ่งกลุ่ม ไม่ประทับใจแฟนบอลมากนัก เสมอกับ”เคปเวิร์ด” 0-0 แต่กลังจากนั้นก็โชว์ฟอร์มดีขึ้นต่อเนื่อง ไล่จาก ชนะ ซาอุดิอาระเบีย 4-0, ชนะ อุรุกวัย 1-0, รอบ 32 ทีมสุดท้าย ถล่ม ออสเตรีย 3-0, รอบ 16 ทีมสุดท้าย เฉือนโปรตุเกส 1-0, รอบ 8 ทีมสุดท้าย ชนะ เบลเยียม 2-1 และรอบรองชนะเลิศ ชนะฝรั่งเศส 2-0

การคว้าแชมป์โลกของสเปน 2 ครั้ง มีความเหมือนกัน คือต้องเล่น 120 นาที ทั้ง 2 ครั้ง โดยเมื่อปี 2010 นั้น ได้ประตูชัย เหนือเนเธอร์แลนด์ ในนาที 116 จากการยิงของ”อันเดรส อิเนสต้า” และยิ่งไปกว่านั้น การคว้าแชมป์โลกครั้งที่ 2 กำลังทำให้ “กระทิงดุ” เข้าสู่ยุคทองอีกครั้ง เพราะ ในช่วงครองความยิ่งใหญ่ เมื่อ 16 ปีก่อนนั้น “สเปน” เคยทำ ทริปเปิ้ลแชมป์ 3 รายการหลักติดต่อกัน คือ “แชมป์ยูโร 2008, แชมป์โลก 2010 และ แชมป์ยูโร 2012 ซึ่งไม่มีทีมชาติใด เคยคว้าแชมป์ระดับนานาชาติ 3 รายการใหญ่ติดต่อกันมาก่อนเลย และหลังจากนั้นก็ยังไม่มี แต่”สเปน” ทีมนี้กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์ใหม่อีกครั้ง เพราะ ปี 2024 สเปน คว้าแชมป์ยูโร มาแล้ว และ เป็นแชมป์โลก ปี 2026 สำเร็จ และหากอีก 2 ปีข้างหน้า คว้าแชมป์ยูโร ได้อีกครั้ง ก็จะเป็นประวัติศาสตร์ใหม่ที่ยิ่งใหญ่ และไม่มีใครเทียบได้ทันที…

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่