ฝ่ายค้าน-สว. แท็กทีมทวงถามประธานรัฐสภา จี้ส่งคำร้องถึงศาลฎีกาตรวจสอบ ป.ป.ช. ปมยกคำร้องคดี “ศักดิ์สยาม” ภายในสัปดาห์นี้ ชี้ไม่มีเหตุผลดึงเวลา ตั้งข้อสงสัยอาจเข้าข่ายฟอกขาว พร้อมเทียบคดีรับสินบนทองคำ ใช้เวลาเพียง 41 วัน
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) พร้อมด้วยนางนันทนา นันทวโรภาส ผู้แทนกลุ่มสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ร่วมกันแถลงข่าวติดตามความคืบหน้ากรณีฝ่ายค้านและ สว. เข้าชื่อกล่าวหาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากกรณีมีมติยกคำร้องคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งถูกกล่าวหาว่ายื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ หรือซุกหุ้นผ่านนอมินี
นายพริษฐ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ฝ่ายค้านและ สว. ได้เข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา เพื่อขอให้ส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา สำหรับแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ ป.ป.ช. โดยเห็นว่าการยกคำร้องดังกล่าวอาจเข้าข่ายละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทั้งนี้ ประธานรัฐสภามีทางเลือกเพียง 2 แนวทาง คือ ส่งคำร้องให้ประธานศาลฎีกาดำเนินการตามขั้นตอน หรือมีคำสั่งไม่รับคำร้อง จึงต้องการทราบว่าประธานรัฐสภาจะตัดสินใจเมื่อใด แม้กฎหมายจะไม่ได้กำหนดกรอบเวลาชัดเจน แต่เมื่อเทียบกับกรณีในอดีตที่สมาชิกรัฐสภาเคยใช้กลไกเดียวกันกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. กรณีรับสินบนทองคำจากตำรวจ ใช้เวลาเพียง 41 วันในการส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระ ขณะที่กรณีนี้ผ่านมาแล้ว 33 วัน นับตั้งแต่ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน จึงเห็นว่าไม่มีเหตุผลที่จะปล่อยให้ล่าช้า และเรียกร้องให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งตรงกับช่วงปิดสมัยประชุมรัฐสภา

นายพริษฐ์ ย้ำว่า บทบาทของประธานรัฐสภาในขั้นตอนนี้ ไม่ใช่การชี้ขาดว่ากรรมการ ป.ป.ช. กระทำผิดหรือไม่ แต่เพียงพิจารณาว่ามีเหตุอันควรสงสัยเพียงพอที่จะส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระหรือไม่ หากประธานรัฐสภาเลือกที่จะไม่ส่งคำร้อง ก็ต้องอธิบายต่อสังคมให้ได้ว่าเหตุใดจึงเห็นว่าไม่มีข้อสงสัยต่อการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในคดีนี้
พร้อมระบุว่า หากยังคงดึงเวลา หรือมีคำสั่งไม่ส่งคำร้องโดยไม่มีเหตุผลรองรับ ย่อมเปิดช่องให้มีการตั้งข้อกล่าวหาว่าอาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยหวังว่าประธานรัฐสภาจะเร่งดำเนินการส่งเรื่องให้ศาลฎีกาโดยเร็ว ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า ขั้นตอนการตรวจสอบรายชื่อผู้เข้าชื่อและเอกสารต่าง ๆ ได้เสร็จสิ้นแล้ว และขณะนี้เอกสารทั้งหมดอยู่บนโต๊ะทำงานของประธานรัฐสภาเรียบร้อย
ด้านนางนันทนา นันทวโรภาส ผู้แทนกลุ่ม สว.อิสระ กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องออกมาทวงถามในวันนี้ เพราะผ่านมากว่า 33 วันแล้วนับตั้งแต่ประธานรัฐสภารับคำร้อง แต่ยังไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่ไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาคนใดออกมาอ้างว่าถูกแอบอ้างรายชื่อ จึงไม่เห็นเหตุผลที่จะต้องดึงเวลา หรือรอจนถึง 100 วัน

นางนันทนา ระบุว่า ความล่าช้าดังกล่าวทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ประธานรัฐสภาพยายามยื้อเวลาหรือฟอกขาวให้บุคคลที่เกี่ยวข้องหรือไม่ หากต้องการพ้นข้อครหา ก็ควรเร่งดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายโดยเร็ว เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 236 มิได้เปิดดุลยพินิจให้ประธานรัฐสภาปิดกั้นหรือยับยั้งคำร้อง หากเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยก็ต้องส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาดำเนินการ พร้อมย้ำว่า หากประธานรัฐสภาเลือกที่จะไม่ส่งคำร้อง ก็จำเป็นต้องชี้แจงต่อสังคมอย่างชัดเจนว่า เหตุใดจึงเห็นว่าคำร้องของฝ่ายค้านและ สว. ไม่มีน้ำหนักเพียงพอ และเหตุใดการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในคดีดังกล่าวจึงไม่สมควรได้รับการตรวจสอบ
นอกจากนี้ ยังเปรียบเทียบกับกรณีที่สมาชิกวุฒิสภาเคยยื่นคำร้องกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. กรณีรับสินบนทองคำจากตำรวจ ซึ่งในครั้งนั้นใช้เวลาเพียง 41 วัน ก่อนที่ประธานวุฒิสภาจะส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระ จึงเห็นว่ากรณีปัจจุบันไม่ควรล่าช้าไปกว่านี้ และหากยังคงดึงเวลาโดยไม่มีเหตุผล อาจเข้าข่ายความผิดฐานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ได้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews