พ.ร.บ.โอนงบ 69 ผ่านฉลุย! นายกฯ ยันใช้คุ้มค่า ฝ่ายค้านรุมสับเละ

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

ผ่านฉลุยแบบไร้รอยต้านในจังหวะสุดท้าย สำหรับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วงเงิน 10,328 ล้านบาท หลังสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ในวาระแรกด้วยคะแนน 462 เสียง พร้อมตั้งกรรมาธิการวิสามัญ 25 คน ขึ้นมาแปรญัตติภายใน 1 วัน

 

 

เบื้องหลังตัวเลขเอกฉันท์นี้ ตลอดทั้งวันกลับเต็มไปด้วยสมรภูมิฝีปากที่เชือดเฉือนกันอย่างดุเดือด เมื่อซีกรัฐบาล พยายามกางตำราชี้แจงความจำเป็นในการดึงเงินมาสบทบงบกลางเพื่อแก้ภัยแล้ง ขณะที่ฟากฝั่งฝ่ายค้านแท็กทีมรุมสับเละ บดขยี้ว่าเป็นเพียงหมากแก้เขินทางการเมือง และสะท้อนภาวะ “ถังแตก” ของรัฐบาลเอง

เปิดฉากโดย “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ลุกขึ้นชี้แจงหลักการว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต ส่งผลให้น้ำเลี้ยงอย่างงงบกลางสำรองฉุกเฉินเดิมที่มีอยู่ 99,000 ล้านบาท ส่อแววไม่เพียงพอ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องโอนงบประมาณจากหน่วยงานที่ประเมินแล้วว่าทำไม่ทัน หรือสามารถชะลอโครงการไปก่อนได้ ณ วันที่ 2 มิถุนายน เช่น งบสัมมนา อบรม หรือโครงการลงทุนที่ยังไม่ได้ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อนำมาตั้งรับวิกฤตปากท้องและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

ด้าน “ภราดร ปริศนานันทกุล” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกโรงป้องปมที่ถูกครหาว่าทำงานล่าช้า ยันต้องรอให้งบปี 70 นิ่งก่อน เพื่อไม่ให้เงินถูกดึงไปชดใช้เงินคงคลังทั้งหมด โดยเม็ดเงินหมื่นล้านนี้จะนำไปสมทบงบกลางจนมีวงเงินรวมเกือบ 30,000 ล้านบาท เพื่อสู้ภัยแล้งในอีก 3 เดือนข้างหน้า

ส่วน “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง โวไตรมาสล่าสุดยอดเบิกจ่ายโตกว่า 10% จนสถาบันมูดี้ส์ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่เสถียรภาพ

แต่คำชี้แจงของรัฐบาลกลับถูกขุนพลเศรษฐกิจฝ่ายค้านหักล้างอย่างมีรอยแผล “ศิริกัญญา ตันสกุล” จากพรรคประชาชน ลุกขึ้นสับยับว่า นี่ไม่ใช่การแก้วิกฤตประเทศ แต่เป็นวิกฤตทางการเงินของรัฐบาลเอง หากเปรียบเป็นเอกชน คือ บริษัทที่ใช้จ่ายเกินตัว หนี้สินล้นมือ ทั้งหนี้รถไฟฟ้าสายสีส้ม คดีคลองด่าน และสุ่มเสี่ยงขาดสภาพคล่อง

ที่สำคัญงบที่โอนไปกว่าร้อยละ 93 เป็นงบลงทุน ซึ่งทำลายวงจรกระตุ้นเศรษฐกิจ ซ้ำร้ายรัฐบาลยังเลือกตัดงบบริหารจัดการน้ำทั้งที่อ้างว่าจะเอาเงินไปแก้ภัยแล้ง แต่กลับไม่กล้าแตะต้องหรือตัดลดงบส่วนเกินของศาลและองค์กรอิสระที่เบิกจ่ายล่าช้าเลย

ขณะ “กรณ์ จาติกวณิช” สส. พรรคประชาธิปัตย์ สำทับแรงเปรียบเปรยการโอนงบหมื่นล้านครั้งนี้ว่า “เด็กเล่นขายของ” และล่าช้าเกินแกง มองว่า ทำเพื่อแก้เขินและกางข้ออ้างต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิสูจน์ว่ารัฐบาลใช้ทุกเครื่องมือทางการคลังแล้ว ก่อนที่ศาลจะมีคำวินิจฉัย พ.ร.ก.เงินกู้ ในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้

ปิดท้ายด้วยไฟต์บังคับจาก “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” สส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ฉีกหน้ารัฐบาลกลางสภาว่า หากรีบโอนงบตั้งแต่เดือนเมษายนตามที่เคยหาเสียงโชว์นโยบายไว้ ป่านนี้ได้เงินมาแสนล้านบาทแล้ว ไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านมาให้เสี่ยงขัดกฎหมาย ทิ้งท้ายตั้งคำถามเจ็บลึกว่าการแกล้งดึงเรื่องโอนงบให้ได้น้อย เป็นเพราะรัฐบาลต้องการหาข้ออ้างกู้เงินมาหวังผลทางการเมืองในอนาคตใช่หรือไม่ ปัจจุบันพรรคประชาธิปัตย์จึงจำใจรับหลักการด้วยความผิดหวัง

แม้มติสภาจะเทคะแนนให้ร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณฉบับนี้ผ่านฉลุยในวาระแรก แต่กระบวนการรื้อไส้ในหลังจากนี้ในชั้นกรรมาธิการ ย่อมเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าเม็ดเงินหมื่นล้านจะถูกส่งตรงไปถึงปากท้องประชาชน หรือจะเป็นเพียงเครื่องมือทางการเมืองเพื่อต่อลมหายใจให้กลุ่มขั้วอำนาจ ประชาชนกำลังเฝ้ารอคำตอบ

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

ปิดโหมดสีเทา