คำว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง” ดูเหมือนจะถูกบิดเบือนไปใช้ในทางที่ผิดเพี้ยนที่สุดกับระบบธรรมาภิบาลของประเทศไทย เพราะในอดีตจนถึงปัจจุบัน เราต่างคุ้นชินกับมหากาพย์ “การซื้อสิทธิ์ขายเสียง” สารพัดรูปแบบ เพื่อเข้าสู่อำนาจทางการเมืองระดับชาติ ไม่ว่าจะเป็นการยึดบัตรประชาชน แจกสิ่งของ หรือเดินโพยส่งเงินสด หวังผลกำไรและถอนทุนคืนเมื่อได้เป็น สส.
แต่ที่น่าอนาถใจไปกว่านั้น คือ โรคร้ายนี้ได้ลุกลามเข้าสู่กระดูกสันหลังของระบบราชการประจำอย่างเต็มรูปแบบ เกิดดราม่าร้อนแรงสะเทือนใจคนทั้งประเทศกับ “ขบวนการซื้อข้อสอบ” เพื่อแลกกับการบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น ยอมควักเงินก้อนโตสูงสุดถึง 8 แสนบาท เพียงเพื่อแลกกับเงินเดือนสตาร์ทเริ่มต้นแค่ 15,000 บาทเท่านั้น
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ป.ป.ช. จับมือตำรวจ บก.ปปป. เปิดปฏิบัติการเชิงรุกฉับไว บุกเข้าตรวจค้นบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ภาพที่เจ้าหน้าที่เผชิญหน้าคือ เจ้าหน้าที่รัฐกว่า 10 คน กำลังนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ เร่งมือแก้ไขสำเนากระดาษคำตอบในระบบ เพื่อช่วยผู้เข้าสอบที่ยอมจ่ายเงินส่วยให้มีคะแนนตรงกับที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นประกาศไปก่อนหน้านี้
หลักฐานคาหนังคาเขา มีทั้งคอมพิวเตอร์ 18 ชุด และกระดาษคำตอบของปี 2568 กว่า 3,000 ราย ซึ่งถูกแก้คะแนนไปแล้วถึง 2,000 ราย โดยมีตัวละครสำคัญระดับ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์ฯ ของเทศบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นผู้จัดเก็บขบวนการนี้ ขบวนการนี้เรียกรับเงินตั้งแต่ 350,000 บาท ไปจนถึง 800,000 บาทต่อหัว ในตำแหน่งที่มีการแข่งขันสูง จากตัวเลขผู้สอบเข้าบรรจุ 6,669 อัตรา คิดเป็นมูลค่าความเสียหายจากเงินสินบนสะเทือนแผ่นดินสูงถึง 4,500 ล้านบาท! จนทำให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล“ รมว.มหาดไทย ถึงกับออกปากอุทานเดือดว่า “จะเป็นลม ต้นทุนขนาดนี้ ประเทศไทยจะอยู่ได้อย่างไร”
เรื่องนี้สะเทือนใจคนยากคนจนอย่างรุนแรง โดย ”จูรี นุ่มแก้ว“ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นเป็นกระบอกเสียงในสภาฯ เผยอินไซต์สุดเจ็บปวดว่า พฤติกรรมการโกงยุคนี้เปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่ซื้อข้อสอบรั่วล่วงหน้า แต่เป็นการ “จ่ายครบจบได้ตำแหน่งทันที” แล้วค่อยไปนั่งดิ่งคำตอบมั่วๆ ในห้องสอบ เพราะมีไอ้โม่งคอยแก้คะแนนในระบบคอมพิวเตอร์ให้ทีหลัง ซึ่งทำลายความหวังของลูกชาวบ้านตาดำๆ ที่อ่านหนังสือสอบเองแทบตายแต่ต้องมาแพ้พลังเงินก้อน
ขณะที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ออกโรงแจงทันควัน ยืนยันว่าจ้างมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) จัดสอบตาม TOR และกระดาษคำตอบจริงยังถูกเก็บรักษาในห้องมั่นคง ล็อกกุญแจ 2 ชุด ควบกล้องวงจรปิด 24 ชั่วโมง พร้อมให้ความร่วมมือลากคอคนผิดมาลงโทษทางอาญาและวินัยขั้นสูงสุด
ปฏิเสธไม่ได้ว่า เหตุการณ์นี้ทำให้หลายคนนึกย้อนไปถึงปี 2552 ยุคของ ”ชวรัตน์ ชาญวีรกูล“ บิดาของ “นายก อนุทิน” ที่เคยเกิดคดีโกงสอบโรงเรียนนายอำเภอจนศาลสั่งจำคุกอธิบดีในยุคนั้น มาในยุคนี้ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ผู้นำฝ่ายค้านฯ สำทับว่า แค่เด้งอธิบดีไม่พอ แต่ต้องสาวให้ถึงฝ่ายการเมืองที่อยู่เบื้องหลังเงิน 4,500 ล้านบาทนี้ด้วย
ตราบใดที่ตั๋ว สส. มาจากการซื้อเสียง และตั๋วข้าราชการมาจากการซื้อข้อสอบ ดัชนีการรับรู้การทุจริตหรือ CPI ของประเทศไทยที่เคยรั้งอันดับ 116 ของโลก ก็คงมีแต่จะดิ่งลงเหว ความประทับใจใน “ไทยแลนด์” แบบผิดๆ นี้ จะถูกขุดรากถอนโคนได้จริงหรือไม่ หรือสุดท้ายจะปล่อยให้ความฝันของคนซื่อสัตย์ต้องพังทลายลงเพราะระบบส่วย สังคมไทยต้องร่วมกันหาคำตอบ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews