“ศิริกัญญา”หวั่นรบ.ปิดงบ69 ไม่ทัน จับตางบ 70 เอื้อพวกพ้อง

การเมือง ข่าว

 

“ศิริกัญญา” หวั่นรัฐบาลปิดงบปี 69 ไม่ทัน หลังโอนงบได้แค่ 1.03 หมื่นล้านบาท จับตางบปี 70 เอื้อพวกพ้องหรือไม่ – จี้ “ภาวุธ” ออกมาชี้แจงสังคม

 

 

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน แสดงความกังวลต่อสถานะการคลังของรัฐบาล หลังการโอนงบประมาณปี 2569 ทำได้เพียง 10,300 ล้านบาท จากเป้าหมายเดิม 80,000 ล้านบาท พร้อมเตือนว่าอาจทำให้หลายหน่วยงานต้องตกเบิกงบประมาณไปยังปี 2570 และส่งผลกระทบต่อการบริหารงบประมาณในปีถัดไป ส่วนการเตรียมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 หลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบเอกสารงบประมาณและเผยแพร่รายละเอียด พรรคประชาชนจะมีเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ในการวิเคราะห์ข้อมูล โดยเตรียมผู้อภิปรายไว้ราว 30 คน เพื่อพิจารณาทั้งภาพรวมและรายละเอียดของการจัดสรรงบประมาณ

สำหรับร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณปี 2569 ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ น.ส.ศิริกัญญาระบุว่า รัฐบาลสามารถโอนงบได้เพียง 10,300 ล้านบาท ทั้งที่ก่อนหน้านี้ประกาศเป้าหมายไว้ถึง 80,000 ล้านบาท ส่งผลให้การจัดซื้อจัดจ้างของหลายหน่วยงานต้องชะลอตัวในช่วงไตรมาส 3 โดยอาจไม่คุ้มกับผลลัพธ์ที่ได้รับ

นางสาวศิริกัญญา เปิดเผยว่า จากการชี้แจงของสำนักงบประมาณต่อวิปฝ่ายค้าน ยังมีภาระค่าใช้จ่ายอีกประมาณ 50,000 ล้านบาทที่ยังไม่มีแหล่งงบประมาณรองรับ ไม่ว่าจะเป็นค่าเยียวยาผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ค่าชดเชยโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม รวมถึงภาระค่าไฟฟ้าของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม เมื่อสามารถโอนงบได้เพียง 10,300 ล้านบาท ยังเหลือช่องว่างทางการคลังอีกกว่า 40,000 ล้านบาท จึงตั้งคำถามว่ารัฐบาลจะหาแหล่งเงินจากที่ใดมาปิดงบประมาณปี 2569 ให้ได้ เพราะดูแล้วแทบจะหมดทางเลือก ปี 2569 อาจต้องปิดงบโดยที่หลายหน่วยงานยังไม่ได้รับงบประมาณ และต้องไปตกเบิกในปี 2570 ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์การคลัง หากการจัดเก็บรายได้ของรัฐไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

ทั้งนี้ ความกังวลเรื่องการจัดสรรงบประมาณปี 2570 อาจเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มการเมืองบางฝ่าย นางสาวศิริกัญญา ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เห็นรายละเอียดทั้งหมด แต่มีข้อสังเกตว่าหลายหน่วยงานถูกปรับลดงบประมาณ ขณะที่บางหน่วยงานกลับได้รับงบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

โดยเฉพาะกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับงบเพิ่มขึ้นราว 30% ดังนั้น จำเป็นต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่ามีการจัดสรรงบประมาณไปยังพื้นที่หรือหน่วยงานใดผิดปกติหรือไม่ รวมถึงต้องพิจารณาว่ามีการใช้งบประมาณเพื่อประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่

นางสาวศิริกัญญา ยังกล่าวถึงโครงการ TH-AI Passport เฟส 2 ซึ่งคาดว่าจะได้รับงบประมาณราว 900 ล้านบาทในปี 2570 โดยตั้งข้อสังเกตว่า โครงการเฟสแรกใช้งบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาท แต่รัฐไม่ได้เป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม เนื่องจากกรรมสิทธิ์ยังอยู่กับภาคเอกชน จึงเกิดคำถามว่า หากมีการดำเนินโครงการต่อในเฟส 2 จะต้องลงทุนซ้ำหรือไม่ และหากผู้รับงานรายใหม่เข้ามาดำเนินการ จะต้องสร้างแพลตฟอร์มใหม่ทั้งหมดหรือไม่ ขณะที่หากใช้ผู้รับจ้างรายเดิม ก็อาจถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องการผูกขาดหรือการล็อกสเปก โดยปัญหาสำคัญคือการออกแบบโครงการตั้งแต่ต้นไม่ได้กำหนดให้แพลตฟอร์มเป็นทรัพย์สินของรัฐ ทำให้เกิดคำถามเรื่องความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณระยะยาว

ขณะเดียวกัน ในประเด็นกรณีนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ถูกพาดพิงในคดีเกี่ยวกับธุรกรรม Forex นางสาวศิริกัญญา ยอมรับว่า เป็นเรื่องที่มีความร้ายแรงและอาจขยายไปสู่ข้อหาฟอกเงินหรืออาชญากรรมข้ามชาติได้ พร้อมเรียกร้องให้นายภาวุธออกมาชี้แจงต่อสาธารณชนในส่วนที่สามารถเปิดเผยได้โดยไม่กระทบต่อรูปคดี และยืนยันว่า พรรคประชาชนไม่นิ่งนอนใจ และได้ตั้งคณะกรรมการสืบเสาะข้อเท็จจริงภายในพรรคแล้ว จึงอยากให้นายภาวุธออกมาพูดคุยกับสังคมบ้าง เท่าที่สามารถทำได้ เพราะข้อมูลใหม่ ๆ ถูกเผยแพร่ออกมาอย่างต่อเนื่อง และประชาชนก็ต้องการคำอธิบาย

นางสาวศิริกัญญา ยังตั้งข้อสังเกตต่อช่วงเวลาที่มีการเปิดเผยข้อมูลของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยมองว่าเกิดขึ้นในจังหวะใกล้กับช่วงที่มีการติดตามตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ของกรรมาธิการในรัฐสภา พร้อมย้ำว่า ไม่ได้คัดค้านการตรวจสอบคดีดังกล่าว แต่ต้องการให้ DSI เปิดเผยข้อเท็จจริงและข้อกล่าวหาอย่างชัดเจน หลังใช้เวลาสืบสวนมานานหลายเดือน ซึ่งเรื่องของนายภาวุธเป็นเรื่องสำคัญ แต่ก็อยากให้สังคมไม่หลุดโฟกัสจากการตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดินและโครงการขนาดใหญ่ที่อาจกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศ

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

ปิดโหมดสีเทา