กกต. แจงติดป้ายหาเสียงบนรถเมล์-รถไฟฟ้าทำได้ทุกคน แต่ต้องแจ้งค่าใช้จ่าย เตือนใช้รูป “ชัชชาติ” หาเสียงต้องมีหนังสือยินยอม ย้ำสิทธิเลือก สก. ต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านครบ 1 ปี
ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครติดป้ายหาเสียงบนรถโดยสารประจำทางและรถไฟฟ้าว่า ผู้สมัครทุกคนสามารถดำเนินการได้อย่างเท่าเทียม โดยต้องติดต่อกับผู้ประกอบการหรือหน่วยงานเจ้าของพื้นที่โดยตรง และนำค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามราคาตลาดมารายงานต่อ กกต. เช่นเดียวกับการติดตั้งป้ายโฆษณาบนบิลบอร์ดหรือพื้นที่เอกชนอื่น ๆ
ด้าน ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ป้ายหาเสียงขนาด 1.30 x 1.45 เมตร สามารถติดตั้งได้เฉพาะจุดที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานครกำหนด ส่วนเอกสารขนาด A3 สามารถติดในสถานที่หรือบอร์ดที่จัดไว้ให้ ขณะที่แผ่นปลิวและสติ๊กเกอร์ห้ามโปรยหรือหว่าน แต่หากติดตั้งในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตและมีค่าใช้จ่ายก็สามารถดำเนินการได้ โดยต้องแจ้งค่าใช้จ่ายต่อ กกต.
สำหรับกรณีที่มีผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) แนบแผ่นพับแนะนำตัวคู่กับใบปลิวขนาดเล็กของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ทางด้าน ร.ต.อ.ชนินทร์ ยืนยันว่า การนำรูปบุคคลอื่นมาใช้ประกอบการหาเสียงจะต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของภาพ หากไม่มีถือว่ามีความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง
ขณะที่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวภายในกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 3 ที่โรงแรม Centara Life Government Complex Hotel & Convention Centre Chaeng Watthana ว่า การเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาเป็นการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่ประชาชนต้องเลือกทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติพร้อมกัน โดยขณะนี้ได้มีการประกาศรายชื่อผู้สมัครอย่างเป็นทางการแล้ว หลังเสร็จสิ้นการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ย้ำว่า แม้จะมีการประกาศรายชื่อผู้สมัครแล้ว แต่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติยังไม่สิ้นสุด เนื่องจาก กกต. ต้องรอข้อมูลจากหน่วยงานภายนอกกว่า 26 แห่ง อาทิ ศาลยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กระทรวงพาณิชย์ และ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หากภายหลังพบว่าผู้สมัครขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ผู้อำนวยการการเลือกตั้งสามารถสั่งไม่รับสมัครหรือถอนชื่อผู้สมัครได้ แม้จะผ่านวันเลือกตั้งไปแล้ว ตราบใดที่ยังไม่มีการประกาศรับรองผลเลือกตั้ง
ในส่วนของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ว่าที่ ร.ต.ภาสกร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกว่า 4 ล้านคน แต่ผู้มีสิทธิเลือก สก. มีจำนวนน้อยกว่าประมาณ 42,953 คน เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือก สก. ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งนั้นติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง หากย้ายเข้ามาอยู่ในเขตใหม่และยังไม่ครบกำหนด จะมีสิทธิเลือกได้เฉพาะผู้ว่าฯ กทม. เท่านั้น ส่วนผู้ที่ต้องการใช้สิทธิเลือก สก. ในเขตเดิม จะต้องยื่นคำร้องขอเพิ่มชื่อภายในวันที่ 17 มิถุนายน 2569
นอกจากนี้ กกต. ยังได้กำหนดให้บัตรเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และนายกเมืองพัทยาใช้ บัตรสีเขียว ส่วนบัตรเลือกตั้ง สก. และสมาชิกสภาเมืองพัทยาใช้ บัตรสีชมพู เพื่อให้ประชาชนแยกประเภทบัตรได้ง่ายและลดความสับสนในการใช้สิทธิ
สำหรับการแสดงตนใช้สิทธิเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิสามารถใช้บัตรประจำตัวประชาชน เอกสารราชการที่มีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชน หรือเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD รวมถึงใบอนุญาตขับรถอิเล็กทรอนิกส์และบัตรคนพิการอิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่ต้องเปิดแอปพลิเคชันให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบต่อหน้า ไม่สามารถใช้ภาพแคปหน้าจอแทนได้
ทั้งนี้ หลังปิดหีบเลือกตั้งเวลา 17.00 น. จะเริ่มนับคะแนนพร้อมกันทุกประเภท และติดประกาศผลการนับคะแนนไว้ที่หน่วยเลือกตั้งทันที เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ก่อนส่งหีบบัตรและเอกสารเข้าสู่กระบวนการจัดเก็บและรักษาความปลอดภัยตามขั้นตอนของ กกต. ต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews