ส้ม-ฟ้า หลบก่อน! 3 ผู้สมัครอิสระหน้าใหม่ ท้าชน “ชัชชาติ” ชิงเค้กเมืองกรุง

คลิปข่าวทั่วไป Video
แม้ผลสำรวจความนิยมของ “สวนดุสิตโพล” ล่าสุด ระหว่างวันที่ 19-22 พฤษภาคม 2569 จะชี้ชัดว่า คะแนนนิยมของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” แชมป์เก่า พุ่งทะยานรั้งอันดับหนึ่งสูงถึงร้อยละ 57.68 เพราะคนกรุงส่วนใหญ่ร้อยละ 36.39 ยังคงเลือกผู้ว่าฯ จาก “ประสบการณ์และพร้อมทำงานทันที”

 

แต่สมรภูมิเสาชิงช้า ไม่เคยเงียบเหงา เพราะในขณะที่คะแนนของ “ค่ายสีส้ม” เริ่มแผ่วลงเล็กน้อย ฐานเสียงคนเมืองหลวงที่ยังไม่ตัดสินใจ ก็พร้อมจะสวิงได้ทุกเมื่อ ทำให้นี่คือ “โอกาสทอง” ของผู้สมัครอิสระหน้าใหม่ แต่หน้าเก่าในเวทีการเมืองระดับชาติ บางคนพร้อมใจกันสลัดภาพสังกัดพรรค แล้วกระโดดลงมาเสนอตัวเป็น “ทางเลือกใหม่” ท้าชนแชมป์เก่าแบบสุดตัวช่วงปลายเดือนนี้ เปิดตัวกันแล้ว 3 คน ที่อาสาท้าชิงชัชชาติ

 

เริ่มต้นด้วยความเคลื่อนไหวล่าสุดในวันนี้ (25 พ.ค.) กับการเปิดตัวของ “ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข” อดีตนักการเมืองและคนสื่อ ชื่อดัง มาในแคมเปญล้ำๆ “มนุษย์ผู้ทันกาลเวลา ผู้นำมหานครแห่งอนาคต”

 

ดร.มัลลิกา เมินกระแสเป็นรอง ชูจุดขายความเป็นผู้นำที่ตัดสินใจว่องไว ไร้ทุจริต งัดไม้เด็ดสู้ด้วยเทคโนโลยี AI ทั้งระบบ AI Traffic คุมจราจร, เรดาร์ AI-X Band เตือนน้ำท่วม, และระบบล้างฝุ่น PM2.5 ด้วยฝน หมัดเด็ดสำคัญคือการประกาศ “ฟื้นสมาชิกสภาเขต หรือ สข.” ขึ้นมาทำงานทันทีเพื่อเป็นผู้แทนดูแลคนในชุมชน พร้อมประกาศ “ไม่ว่าคุณจะรู้จัก ดร.มัลลิกา น้อยหรือมาก แต่หลังจากนี้จะได้รู้ว่าคนที่คุณน่าจะรู้จักนานแล้ว ฉันคือ ดร.มัลลิกา”

 

ขยับมาที่อดีตนักต่อสู้ด้านพลังงาน “ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี” ที่เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ชูวิสัยทัศน์เปลี่ยน กทม. ให้เป็น “Safety Zone เมืองปลอดภัยระดับโลก” ควงที่ปรึกษาเบอร์ใหญ่ทั้ง ”ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล, ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ร่วมทัพ

 

ม.ล.กรกสิวัฒน์ ประกาศกร้าวว่า คนกรุงไม่ได้ต้องการ “แม่บ้าน” มาลอกท่อ แต่ต้องการ “แม่ทัพ” มานำศึกสู้กับอาชญากรรม ยาเสพติด และทุนสแกมเมอร์ไซเบอร์ นโยบายไฮไลต์ คือ การเพิ่มกล้องวงจรปิดครอบเอไอตรวจจับใบหน้าอาชญากรถึง 5 แสนตัว ทำพื้นที่ปลอดส่วย Mafia-Freezone ปฏิวัติขยะเป็นพลังงานหมุนเวียน และทำฟุตปาธซึมน้ำแก้ปัญหากรุงเทพฯ จมน้ำ

 

ปิดท้ายด้วยสีสันที่ทำเอาสยามสแควร์แทบแตก เมื่อ “เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” นำทีม “กลุ่มกรุงเทพบินได้” พาว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ รุ่นใหม่ “ภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์” ลงพื้นที่โกยเรตติ้งจากกลุ่ม Gen Z และ Gen Alpha

 

กลุ่มนี้มาเหนือความคาดหมายด้วยนโยบายสุดล้ำ เช่น การนำเข้ารถ EV บินได้เพื่อหนีรถติด, คลองแสนแสบน้ำดื่มได้, และการตัดลดงบประมาณจัดซื้อจัดจ้าง กทม. ลง 50% เพื่อเอาเงินมาแจกเด็กอายุ 0-18 ปี เดือนละ 2,000 บาท หวังดึงฐานเสียงจากผู้ปกครองถึง 2 ล้านเสียง ยิ่งไปกว่านั้น นายมงคลกิตติ์ยังเตือนว่ากรุงเทพฯ จมน้ำแน่ 100% จึงเสนอเมกะโปรเจกต์สร้างเขื่อนกั้นน้ำทะเลระยะทาง 100 กิโลเมตรเลียนแบบเนเธอร์แลนด์ พร้อมลั่นวาจาทีมของตนจะทำงานได้ดีกว่านายชัชชาติถึง 4 เท่า!

 

ไม่ใช่แค่ศึกเก้าอี้ผู้ว่าฯ แต่ในสนาม ส.ก. กลุ่มอิสระอย่าง “กลุ่มคนทำงาน” นำโดย “ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง” ก็ส่ง ส.ก. อิสระท้าชนพรรคใหญ่ถึง 27 เขต หวังล้างข้อบัญญัติเมืองให้ยั่งยืน

 

ดังนั้น การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คนที่ 18 ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงเกมผูกขาดของพรรคการเมืองใหญ่ หรือแชมป์เก่าอีกต่อไป แต่พลังของ “ผู้สมัครอิสระหน้าใหม่” ทั้ง 3 คน 3 สไตล์ จะเป็นตัวแปรสำคัญที่เข้ามาเขย่าและอาจเปลี่ยนอนาคตของคนกรุงเทพฯ ได้มากน้อยแค่ไหน

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่