“อนุทิน”สั่งลุย ล้างบางมาเฟีย–ผู้มีอิทธิพล

Video คลิปข่าวทั่วไป
ปฏิบัติการ “ปราบผู้มีอิทธิพล” และ “ล้างบางอาชญากรรม” กำลังถูกยกระดับอย่างจริงจังจากรัฐบาล หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเรียกประชุมผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อประกาศนโยบายเดินหน้าปราบมาเฟีย อันธพาล และเครือข่ายอาชญากรรมทุกรูปแบบอย่างเด็ดขาด

 

เวทีครั้งนี้ถือเป็นการรวมพลังครั้งสำคัญของฝ่ายปกครอง ตำรวจ กองทัพ และกระทรวงยุติธรรม ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน คือ ทำให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัย และไม่ปล่อยให้ผู้มีอิทธิพล หรือเครือข่ายผิดกฎหมาย
เข้ามาข่มเหงประชาชนได้อีก

 

นายกรัฐมนตรี ระบุชัดว่า ภัยความมั่นคงในปัจจุบันเปลี่ยนรูปแบบไปมาก ทั้งยาเสพติด อาชญากรรมทางเทคโนโลยี เว็บพนันออนไลน์ ธุรกิจนอมินี และกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ซึ่งหลายกรณีมีทั้งคนไทย
และต่างชาติร่วมมือกันเป็นเครือข่าย จึงจำเป็นต้องใช้การทำงานแบบบูรณาการ ทั้งฝ่ายปกครองและตำรวจ ทำงานเป็น “ทีมจังหวัด” เดินหน้าป้องกันและปราบปรามเชิงรุก

 

หนึ่งในประเด็นที่นายกรัฐมนตรีเน้นหนัก คือ การจัดการกับ “ผู้มีอิทธิพล” และกลุ่มอันธพาล ที่สร้างความหวาดกลัวให้ประชาชน โดยย้ำว่า การปราบปรามจะไม่ใช่เพียงการตอบสนองกระแสข่าวชั่วครั้งชั่วคราว
แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่องและจริงจัง

 

พร้อมประกาศชัดว่า “ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย” หากพบการพกพาอาวุธปืนโดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องจับกุมทันที ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน ประชาชนไม่จำเป็น
ต้องถือปืนป้องกันตัว เพราะหน้าที่ดูแลความปลอดภัยเป็นของรัฐ

 

ถ้อยคำที่ถูกพูดอย่างตรงไปตรงมาในที่ประชุม สะท้อนท่าทีแข็งกร้าวของรัฐบาลต่อกลุ่มผู้มีอิทธิพล โดยเฉพาะประโยคที่ว่า “เวลาจับกุม มักมีคนถามว่า รู้ไหมว่าผมเป็นใคร ถ้าเขายังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ก็ไม่จำเป็นที่เจ้าหน้าที่ต้องรู้ว่าเขาเป็นใคร ขอให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย”

 

รัฐบาลยังสั่งเพิ่มความเข้มข้นในการสืบสวนขยายผล ไปถึงผู้บงการรายใหญ่และเส้นทางการเงิน โดยเฉพาะเครือข่ายพนันออนไลน์ อาชญากรรมข้ามชาติ และขบวนการฟอกเงิน ที่กำลังสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประเทศ

 

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับพื้นที่ท่องเที่ยวและเมืองเศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งต้องทำให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านการลงทุนและการท่องเที่ยว

 

นายกรัฐมนตรี ยังให้คำมั่นกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนเต็มที่ ทั้งงบประมาณ เทคโนโลยี และอุปกรณ์ในการทำงาน พร้อมเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแรงกดดันทางการเมือง

 

พร้อมประกาศแนวคิด “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” หมายถึง การบังคับใช้กฎหมายจะดูที่การกระทำ ไม่ใช่ชื่อเสียง ฐานะ หรือความสัมพันธ์ทางการเมือง พร้อมทั้งบูรณาการทำงานภายใต้สโลแกน “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล”

 

ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลกำลังส่งสัญญาณชัดเจน ถึงการ “เอาจริง” กับการกวาดล้างมาเฟีย ผู้มีอิทธิพล และเครือข่ายอาชญากรรมทั่วประเทศ ภายใต้เป้าหมายสำคัญ คือ คืนความปลอดภัยให้ประชาชน และสร้างสังคมที่กฎหมายศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่