แก้ รธน. จริงใจ ไม่จิงโจ้ พร้อมฟังเสียงประชาชน

คลิปข่าวทั่วไป Video

 

หลังจากถูกจับจ้องและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากฝ่ายค้านและสังคม ว่า รัฐบาลมีความจริงใจแค่ไหนกับการแก้ไขกฎหมายสูงสุดของประเทศ ล่าสุด วันนี้ (20 พฤษภาคม 2566) ค่ายสีน้ำเงินขยับหนีข้อครหา ยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการต่อ “โสภณ ซารัมย์” ประธานรัฐสภา นำโดย “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศก้องกลางสภาว่า นี่คือการพิสูจน์ความจริงใจแบบ “จริงใจ ไม่จิงโจ้”และเป็นการตอบรับเสียงสวรรค์ของประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงที่ลงประชามติไว้ก่อนหน้านี้

 

เมื่อเปิดดูไส้ในของร่างฉบับภูมิใจไทยที่มีความหนาถึง 36 หน้า และได้รับการลงชื่อรับรองจาก สส. ถึง 200 คน นำโดยแกนนำแถวหน้า พบว่า สาระสำคัญ คือ การขอแก้ไขมาตรา 156 และเพิ่มหมวด 15/1
เพื่อเปิดประตูระบายน้ำให้มี “สภาร่างรัฐธรรมนูญ” หรือ สสร. จำนวน 100 คน มารื้อยกร่างกติกาฉบับใหม่ภายใน 360 วัน

 

โดยโครงสร้าง สสร. แบ่งเป็น สมาชิกที่เป็นตัวแทนรายจังหวัด 77 คน (ซึ่งรัฐสภาเป็นผู้เลือกจากผู้สมัครในพื้นที่) และกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ-ผู้มีประสบการณ์อีก 23 คน ด้านกฎหมายมหาชน รัฐศาสตร์ และการบริหารราชการแผ่นดิน

 

แต่สิ่งที่เป็น “เงื่อนไขเหล็ก” และจุดยืนเด็ดขาดของภูมิใจไทย คือ การล็อกสเปกห้ามมิให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ของรัฐธรรมนูญปี 2560 อย่างเด็ดขาด หาก สสร. ฝ่าฝืน
ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้นจะถูกปรับตกทันทีในชั้นรัฐสภา

 

นายกฯ อนุทิน ชี้แจงถึงเหตุผลที่ไม่ยื่นร่างนี้ในนาม ครม. แต่เลือกยื่นในนามพรรคการเมือง เพราะมองว่าพรรคการเมือง คือ ปราการด่านแรกที่รับฟังประชาชนมาโดยตรงตามครรลองคลองธรรม

 

ส่วนคำถามที่ว่า จะผ่านด่านวุฒิสภา หรือ สว. หรือไม่ “อนุทิน” ทำเพียงแค่หัวเราะ ก่อนตอกกลับอย่างมั่นใจว่า หน้าที่ของพรรค คือ เสนอ ส่วนทิศทางหลังจากนี้เป็นเรื่องของทั้งสองสภาที่จะร่วมกันพิจารณา

 

“มีคนกล่าวหาว่าเราไม่ฟังเสียงประชาชน ไม่มีความจริงใจ วันนี้เราแสดงท่าทีชัดเจนแล้ว ประชาชนบอกให้มาเราก็มา และที่ผมมาอยู่ตรงนี้… ยังไม่จริงใจอีกเหรอ จริงใจนะ ไม่จิงโจ้”

 

แม้ภูมิใจไทยจะเคลมว่า เป็นพรรคแรกที่ยื่นร่าง แต่ฟากฝั่งฝ่ายค้านอย่าง “พรรคประชาชน” นำโดย “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรค เผยว่า กำลังยกร่างฉบับค่ายสีส้ม คาดว่า จะยื่นได้ปลายเดือนพฤษภาคมนี้

 

พรรคประชาชน ประกาศดักคอไว้ล่วงหน้าว่า พวกเขาต้องการรัฐธรรมนูญที่ “ยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด ไม่ใช่เร็วที่สุด” พร้อมกาง 3 หลักการสำคัญ คือ ประชาชนต้องได้เข้าคูหาเลือกผู้ร่าง รธน. โดยตรง
ไม่ให้มีใครผูกขาด และที่สำคัญ คือ ต้องไม่เพิ่มสิทธิพิเศษให้ สว. ในกระบวนการลงมติ

 

ทิศทางการเมืองนับจากนี้ “โสภณ ซารัมย์” ยืนยัน พร้อมบรรจุร่างของภูมิใจไทยเข้าวาระทันที และเปิดทางให้ทุกพรรคยื่นประกบ ศึกแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการแก้กฎหมาย แต่คือเวทีประชันความจริงใจว่ากติกาใหม่ของประเทศ จะถูกออกแบบโดยคำนึงถึง “เสียงของประชาชน” หรือ “เกมอำนาจ” ของใครกันแน่

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่