โพลคอร์รัปชัน สะเทือนรัฐบาล กกร.ส่งข้อมูล22พค.นี้

คลิปข่าวทั่วไป Video

 

กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองและสังคมในขณะนี้ หลังผลสำรวจความคิดเห็นภาคธุรกิจเกี่ยวกับ “ปัญหาคอร์รัปชันในหน่วยงานภาครัฐ” ของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ร่วมกับหอการค้าไทย ถูกเผยแพร่ออกมา จนสร้างแรงสั่นสะเทือนไปยังหลายหน่วยงานของรัฐ และกระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลอย่างหนัก

 

ผลสำรวจดังกล่าว ระบุถึงหน่วยงานและกลุ่มงานที่ถูกมองว่ามีความเสี่ยงต่อการทุจริตสูง ทั้งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย งานด้านขนส่ง การจัดเก็บภาษี การบริหารจัดการที่ดิน รวมถึงหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม และอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นจุดที่ภาคธุรกิจมองว่า ยังเปิดช่องให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์

 

ขณะเดียวกัน ผลสำรวจของสถาบันพระปกเกล้า หรือ KPI Poll ที่ออกมาในช่วงเวลาใกล้กัน ยิ่งสะท้อนความกังวลของสังคม เมื่อประชาชนกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาคอร์รัปชันเป็นวาระเร่งด่วนที่สุด และเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่า ไม่เชื่อมั่นหน่วยงานรัฐใดเป็นพิเศษ สะท้อนวิกฤตศรัทธาที่กำลังก่อตัวในระบบราชการไทย

 

หลังผลสำรวจเผยแพร่ออกมา หลายหน่วยงานรีบออกมาชี้แจงโต้กลับทันที โดยเฉพาะกรมควบคุมมลพิษ ที่ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างชัดเจน

 

นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า กรมควบคุมมลพิษเป็นหน่วยงานด้านวิชาการ ไม่มีอำนาจออกใบอนุญาตประกอบกิจการ ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงต่อการเรียกรับสินบน มีเพียงหน้าที่ตรวจวัดมลพิษ
และสั่งปรับตามกฎหมาย โดยอัตราปรับสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท จึงตั้งข้อสังเกตว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดการเรียกรับผลประโยชน์ในระดับหลักแสนตามที่ถูกกล่าวอ้าง พร้อมเรียกร้องให้ กกร. ส่งมอบหลักฐาน
และรายละเอียดผลสำรวจภายใน 7 วัน หากไม่มีข้อมูลชัดเจน ขอให้แถลงขอโทษเพื่อกู้คืนชื่อเสียงของหน่วยงาน ประเด็นนี้ ยังลุกลามไปถึงฝ่ายการเมือง เมื่อ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยยืนยันว่า ไม่เคยปกป้องข้าราชการที่กระทำผิด

 

แต่ระหว่างให้สัมภาษณ์ นักข่าว ได้ตั้งคำถามถึงการตรวจสอบภายในหน่วยงานของกระทรวง ทำให้นายสุชาติ แสดงอารมณ์ไม่พอใจ เดินแหวกวงสัมภาษณ์ พร้อมมีจังหวะเดินชนไหล่ผู้สื่อข่าว จนเกิดคำพูดโต้ตอบกัน
ก่อนที่นายสุชาติ จะกล่าวประโยค “มึงรู้จักกูน้อยเกินไป” สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์และจากพรรคฝ่ายค้าน ที่ตั้งคำถามถึงวุฒิภาวะและความเหมาะสมของผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

 

ต่อมา นายสุชาติ ยอมรับว่า มีความเครียดจากประเด็นดังกล่าว และได้เข้าไปขอโทษผู้สื่อข่าวในห้องพักสื่อมวลชนแล้ว แต่กระแสสังคมยังคงตั้งคำถามถึงท่าทีของฝ่ายการเมืองต่อการตรวจสอบจากสื่อและสังคม

 

ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น ล่าสุด เช้าวันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกประชุมบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับมาตรการป้องกัน
และปราบปรามการทุจริต

 

ก่อนหน้านี้ กกร. เคยขอเข้าพบนายกรัฐมนตรีโดยตรง แต่รัฐบาลมอบหมายให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับเรื่องแทน และนายกรัฐมนตรีเองก็เคยแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับผลสำรวจ พร้อมสนับสนุนให้หน่วยงานรัฐใช้สิทธิทางกฎหมาย หากเห็นว่าข้อมูลทำให้เกิดความเสียหาย

 

อย่างไรก็ตาม ในการประชุมวันนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งยกระดับความโปร่งใส ปรับขั้นตอนการอนุมัติอนุญาตให้รวดเร็วและตรวจสอบได้ เพื่อลดช่องว่างการเรียกรับสินบน พร้อมย้ำว่า การดำเนินการเอาผิดต้องอาศัยพยานหลักฐาน ไม่ใช่ตัดสินจากความรู้สึกหรือผลสำรวจเพียงอย่างเดียว

ขณะที่ภาคเอกชนยืนยันพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลเดินหน้าปราบปรามคอร์รัปชัน โดยประธานสภาหอการค้าไทย ระบุว่า รัฐบาลตอบสนองต่อปัญหาอย่างรวดเร็ว และถือเป็นสัญญาณบวกในการสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจ

 

ด้านมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เตรียมส่งข้อมูลรายละเอียดเชิงโครงสร้างเกี่ยวกับกระบวนการทุจริตให้กรมควบคุมมลพิษภายในวันที่ 22 พ.ค.นี้ โดยย้ำว่า จุดประสงค์ของการสำรวจ ไม่ได้มุ่งกล่าวหาบุคคล
แต่เพื่อสะท้อนช่องโหว่ของระบบและหาแนวทางปฏิรูปการทำงานของภาครัฐ

 

เช่นเดียวกับสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ที่เตรียมนำข้อมูลเชิงประจักษ์ไปศึกษาและจัดเวิร์กช็อป เพื่อวางแนวทางป้องกันการทุจริตในระยะยาว โดยยืนยันว่า แม้ผลสำรวจจะไม่ใช่หลักฐาน สำหรับการดำเนินคดี แต่ถือเป็นข้อมูลสำคัญในการสะท้อนปัญหาและพัฒนาระบบราชการไทยในอนาคต

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่