เปิดข้อกฎหมายคนร่วมรับผิดชอบเหตุ “รถไฟชนรถเมล์”

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

กรณีเกิดอุบัติเหตุใหญ่ รถไฟชนรถเมล์ สาย 206 ใกล้ใต้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ มักกะสัน จนไฟลุกท่วม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บสาหัสกว่า 30 ราย ซึ่งตำรวจ ได้แจ้งข้อกล่าวหา คนขับรถไฟ คนโบกธง ที่สถานี ในข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาเหัส และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย และคุมตัวไปฝากขังที่ศาล ซึ่งศาลได้มีคําสั่งให้ประกันตัวไปแล้ว เมื่อวานที่ผ่านมา

ขณะที่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมจะไม่มีการปกป้องผู้กระทำผิด โดยแบ่งการดำเนินการออกเป็น 3 ส่วน คือ

 

1. ความผิดทางอาญา ตำรวจจะดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดย รฟท. จะเป็นเจ้าทุกข์ฟ้องร้องพนักงานขับรถไฟฐานประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต
2.ความผิดทางวินัย: รฟท. และ ขสมก. จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนทุกระดับชั้น หากพบผู้บังคับบัญชาละเลย จะถูกสั่งพักงานและรับโทษทางวินัยทันที
3. ตามที่นายพิพัฒน์ให้ให้นโยบายไว้กับ กระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 จะยกระดับความปลอดภัย (พ.ร.บ.ราง) บังคับใช้มาตรฐานเทียบเท่าการบิน ยกเลิกการสุ่มตรวจ เปลี่ยนเป็นปูพรมตรวจสารเสพติด 100% พนักงานขับรถสาธารณะทุกคน (รฟท., ขสมก., บขส.) ต้องตรวจวัดแอลกอฮอล์ก่อนปฏิบัติหน้าที่ทุกวัน ไม่มีข้อยกเว้น พร้อมมาตรการเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ
โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มอบเงินชดเชยและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่

ขณะที่ ดร.วิเชียร ชุบไธสง อดีตนายกสภาทนายความ กล่าวถึง หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องและสำคัญควรแก่การนำมาพิจารณาประกอบการดำเนินคดีในครั้งนี้

โดย ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 บัญญัติว่า ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปีและปรับไม่เกิน 200,000 บาท

 

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 บัญญัติว่า ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อกระทำต่อผู้อื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดีอนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น และ มาตรา 425 บัญญัติว่านายจ้างต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น

 

ดังนี้ หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าคนขับรถยนต์โดยสารหรือคนที่ดูแลรับผิดชอบตรงบริเวณจุดตัดที่เกิดเหตุมีส่วนประมาท คนขับรถยนต์โดยสาร รวมถึงคนดูแลบริเวณจุดตัดของรถไฟและนายจ้างต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดในส่วนแพ่งที่ลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างเช่นเดียวกัน

 

ส่วนกรณีของคนขับรถยนต์โดยสารหากไม่ได้หยุดรถหรือไม่ได้จอดรถห่างจากระยะทางรถไฟ 5 เมตร ตามมาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และไปจอดคร่อมทางรถไฟจนเป็นเหตุให้ถูกรถไฟชนรถยนต์โดยสารจนมีผู้เสียชีวิต

ถ้าข้อเท็จจริงรับฟังได้เช่นว่านี้ทั้งคนขับรถไฟและคนขับรถยนต์โดยสารมีส่วนประมาทซึ่งถือว่าเป็นการประมาทร่วม อาจถูกดำเนินคดีในฐานความผิดร่วมกันกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นข้อหาหลัก

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่