เช้าวันจันทร์ ที่ 18 พ.ค. ซึ่งเป็นวันเปิดเทอมเต็มรูปแบบ ทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจ ถนนรัชดาภิเษก ผ่านแยกพระราม 9 มุ่งหน้า สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์มักกะสันต่อเนื่องเข้าแยกอโศกเพชรบุรี การจราจรหนาแน่น ตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งวันนี้ ประชาชน ที่ใช้รถใช้ถนนให้ความร่วมมือ ไม่พบรถฝ่าไม้กั้นรถไฟ ขณะ ขสมก. ส่งเจ้าหน้าที่คุมเข้มรถเมล์ ห้ามจอดคร่อมรางรถไฟ เพื่อป้องกันปัญหาการจราจรและอุบัติเหตุช่วงรถไฟวิ่งผ่าน
ผู้เชี่ยวชาญด้านการจราจร ระบุว่า เรื่องวินัยจราจรของคนไทยก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ก็แก้ยากไม่แพ้กัน นับเป็นกฎหมายที่คนไทยหย่อนยานที่สุด ตั้งแต่คนขับขี่รถจักรยานยนต์ รถยนต์ส่วนบุคคล หรือแม้แต่รถสาธารณะ
คนขับรถทุกประเภทมักชอบทำผิดกฎจราจรจากความมักง่าย และมักพาตัวเองและผู้อื่นเสี่ยงอันตรายไปพร้อมๆ กันเสมอ เห็นไม้กั้นทางรถไฟกำลังลงมา ก็รีบพุ่งฝ่าไป แต่ไปไม่ได้ เลยจอคร่อมจอดคาบนรางไฟไปซะเลย
ซึ่งสาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้คือ รถเมล์จอดคร่อมทางรถไฟ เพราะว่าข้างหน้ารถติดเลยไปไม่ได้ แล้วไม้กั้นทางรถไฟก็ลงปิดไม่ได้ เพราะติดหลังคารถเมล์ อีกอย่างรถไฟมันก็ชะลอไม่ได้ เพราะว่ามีมวลน้ำหนักมาก
แถมเป็นรถขนตู้คอนเทนเนอร์หนักนับหมื่นตัน มันไม่สามารถชะลอให้หยุดได้ทันทีอยู่แล้ว อย่างน้อยต้องใช้ระยะทางในการเบรก 2 กม. ถึงจะจอดได้สนิท ซึ่งจริงๆ ตามหลักสากลรถไฟไม่จำเป็นจะต้องชะลอเลยด้วยซ้ำ
เพราะทางรถไฟ รถยนต์ ไม่มีสิทธิ์ที่จะขึ้นไปจอดคาอยู่บนนั้น
เมื่อเห็นสัญญาณไม้กั้นดังและกำลังเล่นลง ผู้ขับขี่รถควรรีบชะลอจอด แต่ที่เห็นคือจะรีบฝ่าข้างหน้า ก็ไปไม่ได้ แต่ก็ทำกันจนเคยตัวเรื่องการผิดกฎจราจร
ขณะที่ความคืบหน้าทางคดีวันนี้ พนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน ได้คุมตัว นายสยมพร คนขับรถไฟและนายอุเทน พนักงานควบคุมเครื่องกั้นรถไฟ คือคนที่โบกธง เพื่อส่งตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา ในข้อหา “กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บสาหัส” กรณีเหตุรถไฟชนรถเมล์บริเวณถนนอโศก – ดินแดง ใกล้กับสถานีรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิ้งก์ มักกะสัน
นายอุเทน ยกมือไหว้ขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยยอมรับว่า รู้สึกผิด และยืนยันว่า ตนเองได้โบกธงแดงและยืนหันหลังอยู่เพื่อกดปุ่มให้ไม้กั้นลง รวมถึงได้มีการแจ้งให้คนขับรถไฟหยุดรถแล้ว และยังอ้างว่าตนเองไม่ได้ประมาท
ขณะที่ นายสยมพร คนขับรถไฟ ที่ก่อนหน้านี้ตํารวจตรวจพบ ปัสสาวะเป็นสีม่วง ยังไม่ตอบคําถามสื่อ และสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนรถควบคุมผู้ต้องหาจะออกไปที่ศาลทันที โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ระบุว่า กรมการขนส่งทางราง ตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้ใช้บริการระบบราง และประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน จึงได้ออกคำสั่งด่วนที่สุดให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)จัดให้มีการตรวจคัดกรองสารเสพติดและวัดปริมาณแอลกอฮอล์กับ “พนักงานที่มีหน้าที่ขับขี่และควบคุมการเดินรถ” รวมถึง “พนักงานภาคพื้นดินที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย” เช่น พนักงานกั้นถนน พนักงานประแจ ทุกรายก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละผลัด โดยใช้มาตรการ “Zero Tolerance” (ต้องเป็นศูนย์เท่านั้น)
นายพิเชฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับพนักงานขับรถไฟคันเกิดเหตุ ยังไม่ได้รับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่จากกรมการขนส่งทางราง และสั่งให้ระงับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานขับรถไฟรายดังกล่าว และให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง พร้อมทั้งสั่งการให้ รฟท. พักงานพนักงานขับรถไฟและพนักงานคุมไม้กั้นที่เกี่ยวข้องทันที พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด และสืบสวนเชิงลึกว่าผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง ปล่อยให้ผู้มีสารเสพติดมาปฏิบัติหน้าที่ขับรถไฟ ซึ่งต้องรับผิดชอบชีวิตคนจำนวนมากได้อย่างไรต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews