ทันทีที่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ผู้ยิ่งใหญ่ ได้รับการพักโทษ กลับบ้านจันทร์ส่องหล้า พร้อมกับส่งสัญญาณว่า “ไปจำศีลมา 8 เดือน ตอนนี้จำอะไรไม่ได้แล้ว เป็นอัลไซเมอร์แล้ว” ซึ่งนักวิเคราะห์การเมืองต่างพากันตวาม ว่า สัญญาณที่ส่งออกมานั้น คือการหมอบ เพื่อรอจังหวะ และผ่านกระบวนการคิด คำนวณทางการเมืองมาเป็นอย่างดี เพราะเวลานี้ “ค่ายแดง” ไม่ได้อยู่ในฐานะ ผู้คุมอำนาจรัฐเบ็ดเสร็จเหมือนก่อน แต่เป็น “สีน้ำเงิน”ซึ่งเคยเป็นทั้งลูกน้อง และพรรคพันธมิตร เป็นฝ่ายที่ถือไพ่เหนือกว่า
ย้อนกลับไปในยุค “ทักษิณ” รุ่งเรืองในนาม “พรรคไทยรักไทย” ทั้ง”อนุทิน ชาญวีรกุล” นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน และ “เนวิน ชิดชอบ” ผู้มากบารมี ที่อยู่เบื้องหลังการก้าวสู่ตำแหน่ง สร.1 ของ”เสี่ยหนู” ล้วนเป็นลูกน้องของ”ทักษิณ” และในยุคนั้น ทั้ง 2 คน ต่างเป็นแค่ รัฐมนตรีช่วยเท่านั้น ก่อนถูกปฏิวัติ ในปี 2549 และต้องเว้นวรรคการเมืองไปคนละ 5 ปี คดียุบพรรคไทยรักไทย ส่วน”ทักษิณ”ต้องไปอยู่ต่างแดน ซึ่งในช่วงแรกความสัมพันธ์ยังไม่ห่างเหิน กระทั่งปลายปี 2551 “กลุ่มเพื่อนเนวิน” ขน 30 สส.”พลังประชาชน” แปรพักตร์ไปยกมือให้”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นนายกรัฐมนตรี สายสัมพันธ์จึงเปลี่ยนไป และมีวลีเด็ด “มันจบแล้วครับนาย”
หลังพ้นโทษแบน 5 ปี “เนวิน” ก็ถอยไปอยู่เบื้องหลังเต็มตัว ทำทีมฟุตบอล สนามแข่งรถ ไม่ออกหน้างานการเมืองด้วยตนเอง แต่มี “น้องชาย”ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” เป็นตัวแทนทำการเมืองในพรรคภูมิใจไทย จนโตวันโตคืน และมี “อนุทิน”รับบทผู้นำสีน้ำเงิน โดยที่ทุกคนรู้ดีว่ามี “เนวิน” เป็นผู้นำตัวจริงอยู่เบื้องหลังคอยชักใย ร่วมรัฐบาลอย่างต่อเนื่องกับ และเมื่อ “ศักดิ์สยาม” มีปัญหาคดีความ ก็ส่ง “ไชยชนก ชิดชอบ”ลูกชายคนโต มาสานต่อในพรรค สามารถจับมือกับ”พรรคแดง”ของ “ทักษิณ”ร่วมรัฐบาลกันได้ และมีภาพ “อนุทิน-เนวิน”ไปพบที่จันทร์ส่องหล้า แม้จะต่อสู้ฟาดฟันกันมาอย่างหนักหน่วงในยุค คสช.ก็ตาม
เกมพลิกเมื่อรัฐบาล “แพทองธาร” ลูกสาว”ทักษิณ” จะเล่นงานสีน้ำเงินด้วยคดีฮั้ว สว. และเขากระโดง แต่ตัวเองกลับเป็นฝ่ายเพลี้ยงพล้ำ จากกรณีคลิปเสียงอังเคิล “ภูมิใจไทย”ฉวยโอกาสตั้งรัฐบาล “อนุทิน”ขึ้นเป็นนายกฯ และศาลฏีกาตัดสิน ชั้น 14 รพ.ตำรวจ ทำให้”ทักษิณ”ต้องเข้าเรือนจำ เมื่อเดือน ก.ย.2568 ความสัมพันธ์ “แดงน้ำเงิน”ก็แตกหักรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงเลือกตั้ง แต่ เมื่อ พรรคน้ำเงินชนะขาดลอย ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป กลับมาคืนดีร่วมรัฐบาลกันอีกครั้ง โดยสีน้ำเงินเป็นผู้นำ แดงเป็นผู้ตาม
“อนุทิน” พูดถึง “ทักษิณ” เมื่อได้พักโทษ ว่าดีใจ มีโอกาสจะไปพบอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลก เป็นคนที่เคารพรักกันมา ในขณะที่ “เนวิน” ยังไม่ได้ให้ความเห็น หรือท่าทีใดๆออกมา เพียงแต่ “ไชยชนก”บอกแบบกว้างๆว่า จะคอยติดตามดู “ทักษิณ”จะส่งผลกับการเมืองอย่างไร แต่มั่นใจในสถียรภาพของรัฐบาล ส่วนจะแก้แค้นหรือไม่ คงตอบแทนใครไม่ได้ แต่ที่ชัดเจนที่สุด สถานะของฝั่งน้ำเงินเหนือกว่า แดงค่อนข้างมากจากจำนวน สส.ที่มีอยู่ และตำแหน่งในรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม หากมองแบบเป็นธรรมกับทุกฝ่าย การเมืองก็คือการเมือง หากผลประโยชน์ลงตัวก็ไม่มีปัญหา ดังนั้นความสัมพันธ์สามเส้า”ทักษิณ-อนุทิน และ เนวิน” หากเปรียบเป็นครอบครัว “ทักษิณ” คือพี่ “เนวิน”เป็นน้อง และ “อนุทิน” ก็เป็นน้องของ”เนวิน” อีกที แต่หากมองอีกนัยหนึ่ง อาจมองว่า “ทักษิณ” เป็นครู เป็นอาจารย์ทางการเมือง ของ”เนวิน และอนุทิน” ก็ได้ ดังนั้นการกลับมาของ”ทักษิณ” ครั้งนี้ จึงเป็นการพิสูจน์ว่า “นายใหญ่” จะยังสามารถ”ดีล” กับสีน้ำเงิน ที่พลิกจากผู้น้อย เป็นผู้ตามในอดีต เป็นผู้คุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แทบจะทุกองค์กร จะบาลานซ์ แดงกับน้ำเงินให้เหมือนเดิม หรือใกล้เคียงได้หรือไม่
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews