“ภคมน” จี้นายกฯ ลงภูเก็ตอย่าเป็นแค่อีเวนต์ รับฟัง สส.ปชน. ปมถูกข่มขู่ เชื่อมีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง ขณะยืนยัน ไม่ได้ระบุชื่อกว้านซื้อที่ดิน 500 ไร่ พื้นที่ทำ แลนด์บริจด์ จี้ “พิพัฒน์” ทำหน้าที่ ปกป้องผลประโยชน์ชาติก่อน วงศาคณาญาติ
นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมลงพื้นที่หาดฟรีดอม จังหวัดภูเก็ต หลังเกิดกรณี สส.พรรคประชาชนถูกข่มขู่จากการเปิดโปงปัญหาผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ควรเป็นเพียง “อีเวนต์ทางการเมือง” หรือการลบข้อครหาว่าไม่กล้าลงพื้นที่ แต่ควรเปิดรับฟังข้อมูลจาก สส.พรรคประชาชนอย่างจริงใจ โดยก่อนหน้านี้นายอนุทินเคยมีกำหนดลงพื้นที่มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่มีการยกเลิก โดยไม่ทราบสาเหตุ พร้อมมองว่า กรณีมีการข่มขู่ สส.ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ไม่ใช่เรื่องปกติของ “คนธรรมดา” และเชื่อว่าน่าจะมีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีกล้าเผชิญหน้ากับปัญหา และรับฟังข้อมูลจาก สส.ฝ่ายค้านโดยปราศจากอคติ
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในต้นเดือนมิถุนายน ว่า ถือเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลกล้าลงพื้นที่ แต่ต้องเปิดพื้นที่ให้ประชาชนสะท้อนปัญหาอย่างแท้จริง โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ผ่านมากว่า 6 เดือน แต่ประชาชนจำนวนมากยังรู้สึกว่าไม่ได้รับการเยียวยาอย่างสมเหตุสมผล
นางสาวภคมน ระบุว่า รัฐบาลควรลงพื้นที่โดยไม่ต้องมีพิธีการมากนัก เพราะปัจจุบันหาดใหญ่ยังอยู่ในสภาพ “ประคองชีวิต” และต้องการการฟื้นฟูอย่างจริงจังจากภาครัฐ ไม่ใช่เพียงมาตรการระยะสั้นอย่าง “รถพุ่มพวง” หรือ “คนละครึ่งพลัส” พร้อมเตือนว่า ฤดูฝนกำลังจะกลับมา แต่ประชาชนจำนวนมากยังไม่มั่นใจว่าจะรับมือกับน้ำท่วมรอบใหม่ได้หรือไม่
ส่วนกรณีบริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ไม่ได้กว้านซื้อที่ดินกว่า 500 ไร่ เพื่อรองรับโครงการแลนด์บริดจ์ นางสาวภคมน ชี้แจงว่า ในการอภิปรายก่อนหน้านี้ ตนเพียงกล่าวว่า “คนในพื้นที่เรียกกันว่าอาม่า” และไม่ได้ระบุชื่อบริษัทโดยตรง พร้อมย้ำว่า สิ่งที่ต้องการเรียกร้องคือให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจสอบกรณีการกว้านซื้อที่ดินในพื้นที่อ่าวเคย จังหวัดระนอง เพราะหากรัฐบาลอ้างว่าโครงการแลนด์บริดจ์จะสร้างรายได้และอาชีพให้คนภาคใต้ แต่ทรัพยากรส่วนใหญ่กลับตกอยู่ในมือนายทุน ประชาชนก็อาจไม่ได้รับประโยชน์จริง
นางสาวภคมน ยังตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบันมีการซื้อขายที่ดินที่ยังไม่มีโฉนด โดยมีการอ้างว่าสามารถดำเนินการให้เป็นโฉนดได้ในภายหลัง จึงเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องตรวจสอบว่า มีหน่วยงานใดเข้าไปเกี่ยวข้องกับการแปลงสภาพที่ดินหรือไม่
นอกจากนี้ ยังพาดพิงถึงกรณีที่บริษัทอาม่า มารีน รีบออกมาชี้แจง ทั้งที่ตนไม่ได้ระบุชื่อบริษัทโดยตรง พร้อมกล่าวว่า การที่มีผู้ใช้นามสกุล “รัชกิจประการ” ออกมาแถลงข่าว ยิ่งทำให้ประชาชนจับตาและตั้งคำถามมากขึ้น
“วันนี้อยากให้นายพิพัฒน์ทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ปกป้องประเทศชาติ ทรัพยากรของชาติ และประชาชน ก่อนที่จะปกป้องเงินในกระเป๋าของครอบครัวหรือวงศาคณาญาติ”
นางสาวภคมน ย้ำว่า หากมีผลประโยชน์ทับซ้อนเกี่ยวข้องกับโครงการแลนด์บริดจ์ ก็เป็นเรื่องที่ต้องถูกตรวจสอบตามกระบวนการต่อไป เพราะธุรกิจขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรของประเทศ ย่อมหลีกเลี่ยงการถูกตั้งคำถามทางการเมืองไม่ได้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news