หลังเสียงปืนสงบลงตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา สิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ไม่ได้มีเพียงร่องรอยของความสูญเสียในสนามรบ แต่ยังรวมถึงความเจ็บปวดของครอบครัวทหารกล้า ที่ต้องใช้ชีวิตต่อไปท่ามกลางภาระและความไม่แน่นอน โดยกว่า 1 เดือนที่ผ่าน ครอบครัวของทหารผู้เสียชีวิตจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งถือเป็นการสู้รบระลอกที่ 2 ออกมาสะท้อนปัญหาว่า ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา หรือการสร้างบ้านหลังใหม่ตามที่เคยได้รับคำมั่นสัญญา หลายครอบครัวกำลังเผชิญสภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก บางบ้านมีทั้งผู้สูงอายุและผู้พิการ ที่ไม่สามารถทำงานหาเลี้ยงชีพได้ ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงการดูแล “วีรบุรุษผู้เสียสละ” หลังภารกิจปกป้องแผ่นดิน
ล่าสุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 จากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น กว่า 452 ล้านบาท เพื่อเยียวยากำลังพลที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งมีกำลังพลได้รับผลกระทบรวมทั้งสิ้น 91 นาย แบ่งเป็น ผู้เสียชีวิต 29 นาย ผู้ทุพพลภาพ 12 นาย ผู้บาดเจ็บสาหัส 39 นาย และผู้บาดเจ็บมาก 11 นาย
สำหรับหลักเกณฑ์การเยียวยา ผู้เสียชีวิตและผู้ทุพพลภาพ จะได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 10 ล้านบาท ขณะที่ผู้บาดเจ็บสาหัสได้รับรายละ 1 ล้านบาท และผู้บาดเจ็บมากได้รับรายละ 500,000 บาท
ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังได้กำหนดนิยามและเงื่อนไขอย่างชัดเจน เพื่อใช้พิจารณาสิทธิการช่วยเหลือ โดยกรณี “เสียชีวิต” ต้องเป็นผลโดยตรง หรือเป็นผลสืบเนื่องจากเหตุปะทะ ส่วน “ทุพพลภาพ” หมายถึงการสูญเสียอวัยวะสำคัญ หรือสูญเสียสมรรถภาพทางร่างกาย เช่น แขน ขา หรือการมองเห็น
ด้านผู้บาดเจ็บสาหัส จะต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเกิน 20 วัน ส่วนผู้บาดเจ็บมาก ต้องรักษาตัวตั้งแต่ 2 วัน แต่ไม่เกิน 20 วัน
นอกจากมาตรการด้านเงินเยียวยา คณะรัฐมนตรียังเห็นชอบให้ครอบครัวของกำลังพลและเจ้าหน้าที่รัฐที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ยังคงได้รับสิทธิรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวทาง “สิทธิบัตรทองฮีโร่” หรือ UC Heroes
โดยครอบครัวของทหารที่เสียชีวิต จะได้รับสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลในลักษณะเดียวกับข้าราชการ และจะได้รับสิทธิต่อเนื่อง จนกว่าจะมีสิทธิรักษาพยาบาลอื่นตามกฎหมาย ส่วนบุตรของผู้เสียชีวิต จะได้รับสิทธิจนบรรลุนิติภาวะ ตามเงื่อนไขที่กำหนด
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า มาตรการทั้งหมดสะท้อนถึงความห่วงใยของรัฐบาล ที่ต้องการดูแลกำลังพลและครอบครัวผู้เสียสละอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมยืนยันว่า จะไม่ทอดทิ้งผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ
อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะเดินหน้ามาตรการเยียวยาครั้งใหญ่ แต่เสียงสะท้อนจากครอบครัวทหารผู้สูญเสีย ยังคงเป็นบททดสอบสำคัญว่า การช่วยเหลือจะเกิดขึ้นได้รวดเร็ว ครบถ้วน และเข้าถึงผู้ได้รับผลกระทบจริงหรือไม่ เพราะสำหรับหลายครอบครัว “เงินเยียวยา” อาจไม่สามารถทดแทนชีวิตที่สูญเสียได้ แต่การดูแลอย่างต่อเนื่องและสมศักดิ์ศรี คือสิ่งที่พวกเขารอคอยจากรัฐมากที่สุด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news