บทใหม่ความสัมพันธ์ ไทย-กัมพูชา จะเป็นอย่างไร

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา แม้การสู้รบ ปะทะรอบ 2 จะยุติลง หยุดยิงมากว่า 5 เดือนแล้ว แต่ความตึงเครียด ที่ยังไม่คลี่คลาย สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนว่าความรุนแรงจะปะทุขึ้นอีกหรือไม่ก็ส่งผลให้คนไทยยังคงมีความวิตกกังวลอยู่ ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจน จากท่าทีของคนไทย ที่แสดงออกในโลกโซเชียล หลังเห็นภาพการพบกันระหว่าง 2 ผู้นำ “อนุทิน ชาญวีรกุล กับ ฮุน มาเนต” โดยมีประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เป็นคนกลางในการหารือ บ่งบอกชัดว่า ยังไม่พร้อมที่จะรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับชาวเขมร ส่วนทางฝั่งผู้คนกัมพูชา ก็ยังคงมีความเคลื่อนไหว เร่งรัดกดดันให้ผู้นำทวงคืนพื้นที่ ที่เสียให้ฝ่ายไทยกลับคืนมา

 

ในการหารือแบบทวิภาคี ที่ฟิลิปปินส์ ที่ผ่านมา 2 ประเทศมีท่าทีที่สอดคล้องกัน ยืนยันตรงกัน ยึดมั่นแนวทางเจรจา เพื่อหาทางออกของข้อพิพาทชายแดนด้วยแนวทางสันติ ตามข้อตกหลงหยุดยิง 27 ธ.ค.2568หลีกเลี่ยงการใช้กำลังทหาร ที่ก่อให้เกิดความสูญเสีย และไม่เป็นผลดีกับฝ่ายใดทั้งสิ้นแต่ที่มากกว่านั้น คือ “ฮุน มาเนต”แสดงออกชัดเจน ไม่ยอมรับการใช้กำลังยึดพื้นที่บริเวณชายแดน โดยคัดค้านการเปลี่ยนแปลงพรมแดนฝ่ายเดียวของไทย ในการหารือ 3 ฝ่าย

 

คำพูดหนึ่งของ “นายกฯอนุทิน” น่าสนใจเป็นอย่างมาก นั้นก็คือคำว่า “ถึงเวลาที่ 2 ประเทศจะร่วมกันมองไปข้างหน้า และเปิดบทใหม่ของความสัมพันธ์” ซึ่งต้องตีความว่า บทใหม่ของความสัมพันธ์ นี้จะเป็นในรูปแบบใดจะดำเนินการอย่างไรบ้าง รั้วชายแดน จะยังคงต้องสร้างไหม ซึ่งปรากฏว่า หลังปรากฏภาพจับมือผ่านคนกลาง ในโซเชียลก็กระหน่ำโจมตีนายกฯกันเป็นจำนวนมาก จน”นายกฯหนู” ต้องสื่อสารกับคนไทยอย่างตรงไปตรงมาอีกครั้งเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคนไทย โดยระบุ การพูดคุย 3 ฝ่าย ไม่มีการเปิดด่าน ไม่พูดถึงเรื่องเขตแดน เกาะกูดเป็นของไทย และแจ้งว่ารัฐบาลไทยยกเลิก MOU44 แล้วเท่านั้น

 

“บทใหม่ของความสัมพันธ์” ที่ “นายกฯ อนุทิน” ต้องการสื่อความหมาย คือ ไทยเป็นฝ่ายคุมเกม คุมจังหวะ ทั้งหมดใช่หรือไม่ เพราะมีช่วงหนึ่ง ระบุว่า ต้องอาศัยความจริงใจ ความสุจริตใจและความมุ่งมั่นร่วมกันในการก้าวข้ามความท้าทาย โดยมอบหมายให้ กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกันจัดทำลิสต์รายการ สร้างความเชื่อมั่นในทางปฏิบัติ ประเด็นไหนที่ทั้งสองฝ่ายมีจุดร่วมสามารถดำเนินการได้ทันที

 

แต่ล่าสุด ก็เริ่มต่อสู้กันด้วยข้อมูลข่าวสารอีกครั้ง เกี่ยวกับพื้นที่พิพาททางทะเล เมื่อมีการปล่อยข่าวว่า ฝ่ายไทยได้ตกลงที่จะเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ ภายใต้ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS จน “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” ต้องออกโรงตอบโต้ ว่าการพยายามแถลงฝ่ายเดียวไม่ควรเกิดขึ้น และกระบวนการใหม่ภายใต้ UNCLOS ควรเริ่มต้นด้วยความใจกว้างและมีความจริงใจต่อกัน เพราะเป้าหมายหลักคือการฟื้นฟูความสัมพันธ์ ไม่ใช่การพูดคุยเพื่อให้อีกฝ่ายนำไปอ้างว่าเป็นชัยชนะของตน เพราะหากเริ่มต้นด้วยทัศนคติแบบนี้ ก็ไม่สามารถก้าวหน้าต่อไปได้

 

ดังนั้นหลังจากนี้ คงต้องติดตามการทำงานของ”นายกฯ อนุทิน และ รองฯสีหศักดิ์” รวมถึงกองทัพ ในการแก้ปัญหาหาชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งทางบกและทางทะเล จะฟื้นฟู หรือวางความสัมพันธ์กันอย่างไรเพื่อให้ไทยอยู่ร่วมกันกับกัมพูชาในระยะยาวแบบสันติและไม่เสียเปรียบ เพราะ 2 ฝ่าย ไม่สามารถย้ายพรมแดนหนีจากกันได้

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่