“อนุทิน” นำประชุม ครม. พิจารณายกเลิก MOU 44 บอก “ไม่มี” หลัง “ฮุน เซน” บอกยกเลิกจะยิ่งเกิดข้อพิพาทมากขึ้น
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าตึกบัญชาการ 1 เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ระบุถึงการยกเลิก MOU 44 จะยิ่งทำให้มีข้อพิพาทมากยิ่งขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวเพียงว่า “ไม่มี”
ส่วนฝ่ายไทยไม่ได้สนใจคำกล่าวของสมเด็จฮุน เซน ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีไม่ตอบคำถามก่อนขึ้นห้องประชุมทันที
สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ จะมีการรับทราบมติของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่เห็นชอบให้ยกเลิก MOU 44 รวมถึงที่ประชุมจะมีการพิจารณาร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน วงเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อนำมาบริหารวิกฤตระลอกใหม่ที่เป็นผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง
ขณะที่ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงวาระการพิจารณาในวันนี้ว่าจะมีการพิจารณากฎหมายที่สำคัญ อย่าง พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดย พ.ร.ก. กู้เงินจะนำไปใช้ใน 2 ส่วน คือ การบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศมาใช้พลังงานสะอาดหรือพลังงานแสงอาทิตย์ รัฐบาลตั้งเป้าจะใช้วิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นตัวเร่งให้ประเทศไทยใช้หลังคาบ้านเรือนผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งทั้งสองส่วนจะไปด้วยกัน เป็นการประคับประคองความเดือดร้อนของประชาชนรวมถึงภาคการเกษตรด้วย ถือว่าเป็นการสร้างฐานการพัฒนาเรื่องพลังงานให้ไปสู่ระยะกลางและระยะยาว ซึ่งหลังการประชุมนายกรัฐมนตรีจะนำแถลงด้วยตนเอง
ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่า สำหรับการออก พ.ร.ก. ครั้งนี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีความรอบคอบ ย้ำว่าขณะนี้มีความจำเป็นที่จะต้องออก พ.ร.ก. ทุกอย่างรัฐบาลชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจถึงความจำเป็นได้ และไม่ต้องกลัวว่าเงินนั้นจะหายไปหรือไม่ เพราะโครงการที่จะนำไปดูแลประชาชน เช่น ไทยช่วยไทย และคนละครึ่งพลัส จะเป็นการโอนเงินจากรัฐบาลสู่กระเป๋าประชาชนโดยตรง
อีกส่วนสำหรับประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็เป็นการดึงเงินจากรัฐไปสู่กระเป๋าประชาชนเช่นกัน ดังนั้นเงินจึงไม่หล่นหายไปไหนระหว่างทางแน่นอน
นางสาวรัชดา ยังกล่าวขอบคุณฝ่ายค้านที่ยกประเด็นที่ถือเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ซึ่งในส่วนของรัฐบาลยืนยันว่ามีความโปร่งใส และขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลนี้ดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ มีการกำหนดทิศทางการบริหารประเทศทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งงบประมาณของ พ.ร.ก. เงินกู้จะเป็นการดูแลในช่วงฉุกเฉินนี้ ขณะเดียวกันจะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ซึ่งอยู่ในแผนพัฒนาประเทศทั้งระยะกลางและระยะยาว
นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณากฎหมายที่สำคัญ อย่างการยกเลิก MOU 44 รวมถึงการยืนยันร่างกฎหมายจากสภาชุดเดิม ซึ่งเป็นการสานต่อสิ่งดี ๆ จากฝ่ายนิติบัญญัติที่คณะรัฐมนตรีพร้อมสนับสนุน นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาร่างข้อตกลงที่จะไปลงนามในที่ประชุมอาเซียน และกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งทีมโฆษกรัฐบาลจะชี้แจงรายละเอียดต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN