แลนด์บริดจ์ ถูกพูดถึงอีกครั้ง หลัง “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯ และรัฐมนตรี คมนาคม ส่งสัญญาณในวันประชุมใหญ่พรรคภูมิใจไทย ว่าจะเดินหน้าโครงการเมกะโปรเจกต์นี้อีกครั้ง จากนั้น “อนุทิน ชาญวีรกุล” นายกรัฐมนตรี และผู้นำพรรคสีน้ำเงิน ก็ขานรับ และมีข้อสั่งการกลางวงประชุม ครม.ให้ศึกษาความเป็นไปได้ และรับฟังเสียงประชาชน ขณะที่พรรคเพื่อไทย ก็ออกตัวสนับสนุนโครงการนี้ แต่พรรคฝ่ายค้าน ทั้งประชาชน ประชาธิปัตย์ และ นักวิชาการ หลายฝ่าย ต่างออกมาคัดค้าน ว่าอาจไม่คุ้มค่าการลงทุน และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
แลนด์บริดจ์ ไม่ใช่โครงการใหม่ แต่เป็น เมกะโปรเจกต์ ที่มีมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” หลังมีประกาศกำหนดพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2564 ซึ่งครั้งนั้น มี “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” เป็นรัฐมนตรีคมนาคม เป็นหัวเรือใหญ่ในการขับเคลื่อนโครงการนี้ สั่งการให้สำนักงานนโยบาย และแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข.ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการแลนด์บริดจ์ ที่เชื่อมต่อระหว่างท่าเรือฝั่งชุมพร และระนอง มีการนำเสนอโครงการแลนด์บริดจ์ ต่อผู้นำนานาชาติเป็นครั้งแรก ในเทีเอเปค ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ในปี 2565 “ศักดิ์สยาม” จะพยายามเร่งดันแลนด์บริดจ์ เข้า ครม.แต่ก็ไม่ทันเวลา “พล.อ. ประยุทธ์” ประกาศยุบสภาเสียก่อน
และในการเลือกตั้งปี 2566 พรรคภูมิใจไทย และพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ชูประเด็นนี้เอาไว้ในการหาเสียง และเมื่อ พรรคเพื่อไทย ได้เป็นรัฐบาล โดยที่ ภูมิใจไทย และรวมไทยสร้างชาติ เป็นพรรคร่วม สมัย นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ก็มีความพยายาม กดดันให้ “สริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รัฐมนตรีคมนาคม สานต่อนโยบายนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง มีการโหมโปรโมต “แลนด์บริดจ์” อย่างต่อเนื่อง ทั้งจาก นายกฯเศรษฐา” ในเวทีนานาชาติ ทั้งในสหรัฐอเมริกา, จีน, ญี่ปุ่น,ซาอุดีอาระเบีย,นครดูไบ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ท้ายที่สุดก็ต้องหยุดชะงักไป เพราะข้อมูลจาก สนข.แตกต่างจากของนักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญ ด้านการเดินเรือ จนหาข้อสรุปไม่ได้ ว่าใครจะเป็นลูกค้าของแลนด์บริดจ์
ระยะเวลาในการขนส่งจะรวดเร็ว และสะดวกกว่าช่องทางการเดินเรือที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือไม่ และค่าใช้จ่ายแตกต่างกันอย่างไร มีการนำความเห็นโครงการนี้เข้าไปในสภา มีการตั้งกรรมาธิการศึกษา แต่ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถไปต่อได้ และในการเลือกตั้ง 69 ไม่มีพรรคไหนกล้าชู แลนด์บริดจ์ เป็นนโยบายหาเสียงหลักเลยแม้แต่พรรคเดียว
โดยโครงการ “แลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง” จะมีการะพัฒนาท่าเรือน้ำลึก 2 ฝั่งทะเล มูลค่า 1 ล้านล้าน มีโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างกันด้วยระบบราง (รถไฟทางคู่) และทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ภายใต้แนวคิด “One Port Two Side” และการพัฒนาพื้นที่ใกล้เคียงด้วยอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง และกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ซึ่งจุดได้คัดเลือกจุดก่อสร้างท่าเรือทั้ง 2 ฝั่ง คือ บริเวณแหลมริ่ว ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร และ แหลมอ่าวอ่าง ต.ราชกรูด อ.เมือง จ.ระนอง
ท่าเรือฝั่งชุมพรจะมีพื้นที่ถมทะเลประมาณ 5,808 ไร่ ประกอบด้วยพื้นที่ท่าเทียบเรือ 4,788 ไร่ และ พื้นที่พัฒนาอเนกประสงค์ 1,020 ไร่ ส่วนท่าเรือฝั่งระนอง จะมีพื้นที่ถมทะเลประมาณ 6,975 ไร่ ประกอบด้วย พื้นที่ท่าเทียบเรือ 5,633 ไร่ และพื้นที่อเนกประสงค์ 1,342 ไร่ ส่วนระบบเส้นทางเชื่อมโยงมีระยะทาง 93.9 กิโลเมตร ประกอบด้วย มอเตอร์เวย์และรถไฟทางคู่ รองรับการขนส่งสินค้า ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าจะให้แลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง เป็นจุดศูนย์กลางขนส่งสินค้าและเส้นทางเดินเรือใหม่ของโลก ที่สามารถลดระยะเวลาขนส่งสินค้าทางเรือระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก จากเดิมที่การใช้เส้นทางช่องแคบมะลากาใช้เวลา 9 วัน แต่แลนด์บริดจ์ จะทำให้เหลือ 5 วัน ซึ่งอาจเป็นโอกาส แต่ก็มีความเสี่ยง ที่ต้องแบกรับ
“อนุทิน” เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ที่พยายาม ผลักดัน ขายฝันแลนด์บริดจ์ ต่อจาก “พล.อ.ประยุทธ์ และ เศรษฐา” ส่วนจะสำเร็จหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ จะเป็นโอกาส หรือความเสี่ยง ก็ตอบไม่ได้เช่นกัน แต่หากยึดตามรายงานฉบับสมบูรณ์ซึ่งจัดทำโดย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ฯ และ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยข้อสรุปว่า โครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด และเสนอว่า ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด ในการเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งทางทะเลฝั่งอ่าวไทย-อันดามัน คือการให้ความสำคัญกับการสร้างเส้นทางเข้าถึงพื้นที่พัฒนา ตามแผนปฏิบัติการการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน โดยเน้นการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่ และดำเนินการพัฒนาต่อจากสิ่งที่มีอยู่แล้วเป็นหลัก เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ท้ายที่สุดแล้ว รัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไร รอติดตามกันต่อไป..
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews