วันแรงงาน กับ นโยบาย”จุลพันธ์”

Video คลิปข่าวทั่วไป
1 พ.ค.หรือที่รู้จักกันในชื่อ “วันเมย์เดย์” ซึ่งเดิมที เป็นวันเริ่มต้นฤดูใหม่ในหน้าเกษตรกรรม จึงได้จัดให้มีพิธีเฉลิมฉลองและทำการบวงสรวงเพื่อขอให้เทพเจ้าช่วยดลบันดาลให้การปลูกพืชเป็นไปด้วยดีมีความร่มเย็นเป็นสุข โดยทางภาคเหนือของยุโรป ยังมีการจัดงานรอบกองไฟในวันเมย์เดย์ ซึ่งประเพณีนี้ในประเทศอังกฤษก็ยังคงปฏิบัติกันมาจนถึงปัจจุบัน
ซึ่งในตอนแรก วันเมย์เดย์ เป็นเพียงแค่วันหยุดพักผ่อนประจำปีแต่ต่อมาประเทศอุตสาหกรรมหลายๆ แห่ง ได้ถือว่าวันที่ 1 พ.ค. เป็นวันหยุดตามประเพณี โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของผู้ใช้แรงงานที่ได้ทำประโยชน์ต่างๆ ต่อเศรษฐกิจของประเทศหลายประเทศได้เริ่มมีการจัดงานเฉลิมฉลองวันแรงงานเป็นขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2433 และสืบทอดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

 

สำหรับประเทศไทย อุตสาหกรรม ในสมัยก่อนได้เริ่มขยายตัวมากขึ้น ผู้ใช้แรงงาน ก็มีปัญหาที่เพิ่มมากขึ้น ภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 คณะกรรมการจัดงานที่ระลึกแรงงานจึงจัดประชุมขึ้น และมีความเห็น
ตรงกันว่าควรกำหนดให้วันที่ 1 พ.ค.เป็นวันที่ระลึกถึงแรงงานไทย จึงได้มีหนังสือถึงนายรัฐมนตรีขอให้รับรองวันที่ 1 พ.ค. เป็นวันกรรมกรแห่งชาติ

 

จนต่อมาก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น วันแรงงานแห่งชาติ โดยมีกระทรวงมหาดไทย
เป็นผู้กำกับดูแลคุ้มครองแรงงาน ก่อนที่จะมีการแยกออกมาเป็น กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ในปี พ.ศ.2536 มีพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เป็นรัฐมนตรีว่าการคนแรก และได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่ออีกครั้ง ในปี 2545
เป็น”กระทรวงแรงงาน” มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมี “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” เป็นรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงลำดับ ที่ 20

 

ในโอกาสวันแรงงาน จึงขอนำย้อนกลับไปดูนโยบายของรัฐมนตรี”จุลพันธ์” ว่าตั้งใจจะทำอะไรให้ผู้ใช้แรงงานบ้าง ในวันแรกที่เข้ามาทำงานเมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยประกาศว่า จะพิจารณามาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายของแรงงานเช่น การลดเงินสมทบประกันสังคม รักษาระดับการจ้างงาน ซึ่งตั้งเป้าให้เกิดผลสัมฤทธิ์ภายใน 100 วันแรกของการทำงาน ตลอดจนจะผลักดันการพัฒนาทักษะแรงงาน (Upskill/Reskill)

 

ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น AI และระบบอัตโนมัติ รวมถึงจัดระเบียบแรงงานทั้งในและต่างประเทศให้เข้าสู่ระบบ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ “จุลพันธ์”ประกาศไว้ในวันแรกที่เข้ามาทำงาน

 

ผ่านมาเกือบ 3 เดือนสัปดาห์ “จุลพันธ์” ได้เริ่มทำงานเพื่อพี่น้องชาวแรงงานไปแล้ว โดยเริ่มขยับ “ปฏิรูปประกันสังคม” หนึ่งในนโยบายด้านแรงงานที่ถูกจับตามากที่สุด ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง โดยเฉพาะประเด็นที่หลายฝ่ายเห็นตรงกัน
และเรียกร้องให้ “กองทุนประกันสังคม” เป็นอิสระจากระบบราชการ และมีมืออาชีพเข้ามาบริหาร มีการแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม เพื่อปฏิรูปกองทุนทั้งระบบด้วย

 

รวมถึง ยังให้ศึกษาแนวทางลดเงินสมทบ โดยเฉพาะฝั่งลูกจ้างเพื่อบรรเทาค่าครองชีพ จากผลกระทบวิกฤตพลังงาน สงครามตะวันออกกลาง และที่ชัดเจนที่สุด คือการยกระดับสวัสดิการ สุขภาพ สิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรม ของผู้ประกันตน มาตรา 33 และมาตรา 39 “อุดฟัน ขูดหินปูนถอนฟัน และผ่าฟันคุด” ทุกรูปแบบ จาก 900 บาทต่อปี เป็นไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ที่เริ่มมีผลในวันนี้ นอกจากนี้ จะปรับสูตรคำนวณบำนาญ เพื่อรับมือสังคมสูงวัย โดยให้ศึกษา”สูตรแคร์” ที่คาราคาซัง มานาน เพื่อสร้างความเป็นธรรมและสมดุล

 

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนจากรัฐบาลของนายกฯอนุทิน ชาญวีรกุล และรัฐมนตรี”จุลพันธ์” เกี่ยวกับเรื่องการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่แรงงานเรียกร้องมาโดยตลอด จึงต้องจับตาการทำงานของ”จุลพันธ์” หัวหน้าพรรคเพื่อไทยในฐานะเจ้ากระทรวงแรงงาน ว่า จะมีนโยบายเกี่ยวกับค่าแรงอย่างไรบ้าง เพราะในอดีต พรรคเพื่อไทย เคยกระชากค่าแรงขั้นต่ำสร้างรอยยิ้มให้พี่น้องผู้ใช้แรงงานมาแล้ว และการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มาจากพรรคเพื่อไทยจึงเป็นความหวังของผู้ใช้แรงงานว่า ในอนาคตอาจจะมีข่าวดี

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่