หลังจากคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)มีมติเอกฉันท์ “ยกคำร้อง” คดี”ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” อดีตรัฐมนตรีคมนาคม และอดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กรณีศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยว่าซุกหุ้น จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เพราะดุลพินิจของ ปปช.ที่อ้างว่าตัดสินโดยไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ “ค้านสายตา”ประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคำชี้แจง ของป.ป.ช.ที่เน้นว่า “เชื่อ” ในคำให้การของ “ศักดิ์สยาม” ที่อ้างว่าเพิ่งทราบหุ้นดังกล่าวเป็นของตัวเอง หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย และกำลังทวงคืน
จากกรณียกคำร้องคดี”ศักดิ์สยาม”ทำให้ ปปช.กลายเป็นตำบลกระสุนตก ถูกโจมตีว่า 2 มาตรฐาน เหมือนเมื่อครั้ง คดี “นาฬิกาเพื่อน”ของ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ในสมัยรัฐบาล”ลุงตู่” ซึ่งกรรมการ ป.ป.ช. ก็มีมติเสียงข้างมาก “ยกคำร้อง”เช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีคดี “สินบนข้ามชาติเครื่องยนต์เครื่องบิน โรลส์-รอยซ์”, คดี หจก.คอนเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ของบุตรชาย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และ น้องชายของ”ลุงตู่”
คดี”ศักดิ์สยาม” ที่ ปปช.ยกคำรอง กำลังกลายเป็นไฟลามทุ่ง กำลังสั่นสะเทือนกระบวนการยุติธรรม มีการนำไปเปรียบเทียบกับคดี 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล กรณีเสนอร่างกฏหมาย แก้ไข ม.112 พรรคฝ่ายค้าน ที่นำโดยพรรคประชาชน รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ ก็จับเอาประเด็น ปปช.ยกคำร้องคดี”ศักดิ์สยาม” มาเป็น 1 ในเรื่องที่จะต้องดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มข้น และจริงจัง โดยเฉพาะ “พรรคส้ม” ที่จะล่ารายชื่อ ส.ส.เพื่อยื่นถอดถอนเอาผิดกับ คณะกรรมการ ป.ป.ช.
ตามติดมาด้วย กลุ่ม สว.อิสระ ที่มี “นันทนา นันทวโรภาส และ เปรมศักดิ์ เพียยุระ” เป็นแกนนำ ก็เริ่มรวบรวมรายชื่อ เพื่อยื่นต่อขอศาลฎีกา ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการ ป.ป.ช.กรณียกคำร้อง “ศักดิ์สยาม” ซุกหุ้น ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 พร้อมกับส่งสัญญาณไปยัง “โสภณ ซารัมย์” ประธานรัฐสภา จะไม่ดึงเช็ง หรือใช้ดุลยพินิจยับยั้งคำร้อง และหวังว่าจะรีบนำคำร้องส่งไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อความโปร่งใส และชัดเจน เพื่อให้กลไกการตรวจสอบถ่วงดุลเกิดขึ้นจริง
นอกจากนี้ “ศรีสุวรรณ จรรยา”ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อมีคำวินิจฉัยว่าการกระทำ หรือคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช.กรณียกคำร้อง”ศักดิ์สยาม” ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 211 วรรคสี่ ประกอบมาตรา 5 หรือไม่
จะเห็นได้ว่า กรณี ปปช.ยกคำร้อง คดี”ศักดิ์สยาม” กำลังกลายเป็นวิกฤตศรัทธา ที่ประชาชน ไม่เชื่อมั่นต่อรัฐบาล องค์กรอิสระ และกรบวนการยุติธรรม หลังมีการใช้ดุลยพินิจ ขัดแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นที่สุดและผูกพันธ์ทุกองค์กร อีกทั้งยังมีการเชื่อมโยงว่า “ศักดิ์สยาม” ซึ่งเป็นน้องชายของ”เนวิน ชิดชอบ” อาจกลับเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีอีกครั้ง เพราะรัฐบาลของ”อนุทิน ชาญวีรกุล” ยังเว้นที่ว่างในคณะรัฐมนตรี เอาไว้ 1 ตำแหน่ง แม้จะมีอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะมาชี้แจงแถลงไข แล้วว่า “ศักดิ์สยาม” จะยังไม่มีสิทธิ์กลับมารับตำแหน่งทางการเมืองได้ เพราะเคยขาดคุณสมบัติ ความซื่อสัตย์สุจริตที่เป็นที่ประจักษ์ ถือเป็นคุณสมบัติบังคับที่สำคัญมากสำหรับคนที่จะเป็นรัฐมนตรี จึงทำให้ไม่สามารถกลับมาเป็นรัฐมนตรีได้
แต่เมื่อมีการยกคำร้องในคดี มีการผูกโยง กับตำแหน่งรัฐมนตรีที่ว่างอยู่ ทำให้ ทั้ง รัฐบาลสีน้ำเงิน และ ปปช.ที่หลายคนได้รับความเห็นชอบจาก สว.สีน้ำเงินให้มาทำหน้าที่ จึงกลายเป็นจำเลยของสังคม ในเรื่อง 2 มาตรฐาน ช่วยเหลือพวกพ้องในทันที หลังจากนี้ จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่า คดี”ศักดิ์สยาม” จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ที่ทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน ที่มีต่อ”รัฐบาลอนุทิน” และ ปปช.ในฐานะองค์กรอิสระมากน้อยเพียงใด และคำว่า 2 มาตรฐาน จะลามไปยังองค์กรอื่นๆอีกหรือไม่ เพราะกระบวนการตรวจสอบเริ่มขยับไปหาอีกหลายหน่วยงาน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews