หลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาสิ้นสุดลง เครื่องยนต์ทางการบริหารของรัฐบาลภายใต้การนำของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ก็เดินหน้าเต็มสูบ แต่ที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือ “หน้าด่านการทูต”ที่ตึกไทยคู่ฟ้าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเรียกได้ว่า “หัวกระไดไม่แห้ง”
ท่ามกลางวิกฤตพลังงานจากตะวันออกกลางและแรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศ แต่การเดินทางมาเยือนของผู้นำและตัวแทนระดับสูงจากมหาอำนาจและเพื่อนร่วมภูมิภาค กำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่า “เสถียรภาพของไทย” ในสายตาชาวโลก ยังคงแข็งแกร่งและน่าเชื่อถือ
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การมาเยือนของ “หวัง อี้” รัฐมนตรีต่างประเทศจีน บรรยากาศไม่ได้มีแค่พิธีการเคร่งขรึม แต่นายกฯ อนุทินใช้ “Soft Power” อย่างทุเรียนและข้าวหลามต้อนรับอย่างอบอุ่นจนถึงขั้นเป็นพลขับขับรถพานายหวัง อี้ ไปรับประทานอาหารด้วยตัวเอง
การหารือครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องมิตรภาพ แต่คือการขยับสถานะสู่ “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ลึกซึ้ง” ทั้งการจัดทำแผนปฏิบัติการร่วม (Action Plan) และที่สำคัญคือ “การผนึกกำลังปราบแก๊งสแกมเมอร์”ซึ่งเป็นหนามยอกอกของประชาชนทั้งสองประเทศ อีกทั้ง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในเสถียรภาพของไทย และความพร้อมที่จีนจะเป็นหุ้นส่วนที่ไทยไว้วางใจได้ในระยะยาว”
ขยับมาที่เพื่อนบ้านอาเซียน ประธานาธิบดีมาร์โคส จูเนียร์ แห่งฟิลิปปินส์ ต่อสายตรงชื่นชมไทยที่ช่วยพาชาวฟิลิปปินส์นับพันหนีจากขบวนการหลอกลวงในเมียนมา พร้อมเชิญนายกฯเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนพฤษภาคมนี้ เพื่อหาทางออกวิกฤตพลังงานและอาหารร่วมกัน
ขณะที่ฝั่งสิงคโปร์ ส่งรัฐมนตรีชาง ชุน ซิง มากระชับมิตร โดยเฉพาะความสนใจในโครงการ “Land Bridge” ที่สิงคโปร์มองว่า เป็นโอกาสทองของภูมิภาค รวมถึงการวางไทยเป็นศูนย์กลางซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) และแหล่งความมั่นคงทางอาหารของอาเซียน
ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจและความมั่นคง ไทยยังปักหมุดเป็นศูนย์กลางกีฬา เมื่อประธานสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (OCA) เดินทางมาหารือเรื่องการใช้กีฬาเป็นพลังสร้างสันติภาพและพัฒนาเยาวชน
การหารือครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องมิตรภาพ แต่คือการขยับสถานะสู่ “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ลึกซึ้ง” ทั้งการจัดทำแผนปฏิบัติการร่วม (Action Plan) และที่สำคัญคือ “การผนึกกำลังปราบแก๊งสแกมเมอร์”ซึ่งเป็นหนามยอกอกของประชาชนทั้งสองประเทศอีกทั้ง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในเสถียรภาพของไทย และความพร้อมที่จีนจะเป็นหุ้นส่วนที่ไทยไว้วางใจได้ในระยะยาว”
ขยับมาที่เพื่อนบ้านอาเซียน ประธานาธิบดีมาร์โคส จูเนียร์ แห่งฟิลิปปินส์ ต่อสายตรงชื่นชมไทยที่ช่วยพาชาวฟิลิปปินส์นับพันหนีจากขบวนการหลอกลวงในเมียนมา พร้อมเชิญนายกฯ เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนพฤษภาคมนี้ เพื่อหาทางออกวิกฤตพลังงานและอาหารร่วมกัน
ขณะที่ฝั่งสิงคโปร์ ส่งรัฐมนตรีชาง ชุน ซิง มากระชับมิตร โดยเฉพาะความสนใจในโครงการ “Land Bridge” ที่สิงคโปร์มองว่า เป็นโอกาสทองของภูมิภาค รวมถึงการวางไทยเป็นศูนย์กลางซ่อมบำรุงอากาศยาน(MRO) และแหล่งความมั่นคงทางอาหารของอาเซียน
ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจและความมั่นคง ไทยยังปักหมุดเป็นศูนย์กลางกีฬา เมื่อประธานสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (OCA) เดินทางมาหารือเรื่องการใช้กีฬาเป็นพลังสร้างสันติภาพและพัฒนาเยาวชน
การหารือครั้งนี้ยืนยันว่า ไทยพร้อมจะเป็นเจ้าภาพและเวทีสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศผ่านมหกรรมกีฬา ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนทั้งเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในระยะยาว
ภารกิจต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองตลอดสัปดาห์นี้ คือบทพิสูจน์เบื้องต้นว่าภายใต้การนำของนายอนุทิน ไทยยังคงรักษาจุดยุทธศาสตร์สำคัญในเวทีโลกไว้ได้
แม้ภายนอกจะเผชิญวิกฤตพลังงาน และภายในจะมีแรงเสียดทานทางการเมือง แต่ “ความเชื่อมั่น” ที่ต่างชาติมีต่อรัฐบาลไทยในวันนี้ คือแต้มต่อสำคัญที่จะทำให้เราก้าวผ่านวิกฤต และสร้างความมั่งคั่งให้ประชาชนได้จริงตามนโยบายที่แถลงไว้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews