ลุยต่อ! แลนด์บริดจ์ 1 ล้านล้าน : เดิมพันอภิมหาโปรเจกต์ เชื่อมโลกสองมหาสมุทร

Hot Clips Video

 

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์โลก รัฐบาลภายใต้การนำของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” กำลังเดินหน้าผลักดัน “นโยบายเรือธง” ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจไทยไปตลอดกาล กับโครงการ “แลนด์บริดจ์” (Landbridge) อภิมหาโปรเจกต์มูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท

 

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการสร้างถนนหรือรถไฟ แต่นี่คือการประกาศศักดาให้ไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ใหม่ของโลก เชื่อมมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิกเข้าด้วยกัน โดยมีเป้าหมายสร้างความมั่งคั่งที่กินยาวไปถึงอนาคต

นายกฯอนุทิน ยืนยันชัดเจนว่า แลนด์บริดจ์ คือ ความตั้งใจสูงสุดของพรรคภูมิใจไทยที่ต้องทำให้เกิด โดยมีการปรับปรุงผลการศึกษาให้ทันสมัย ทั้งเรื่องเทคโนโลยีและต้นทุน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

นายกฯ มองว่า ในวันที่โลกกำลังแย่งชิงช่องทางการคมนาคม ไทยต้องมีทางเลือกที่พึ่งพาตัวเองได้ เพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาล และแม้จะมีเสียงคัดค้าน แต่นายกฯ ก็เลือกที่จะตอบคำถามด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ยืนยันว่านี่คือการทำเพื่อส่วนรวม

“ถ้าหากเรามีโครงการที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ และเกิดประโยชน์เกิดความมั่งคั่งกับเศรษฐกิจ เราก็ต้องเร่งพิจารณา”

ด้าน “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม เตรียมชงเรื่องเข้า ครม. ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมนี้ โดยให้เหตุผลว่า วิกฤตในช่องแคบฮอร์มุซ คือ โอกาสทองที่ไทยต้องรีบคว้า เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ในการขนถ่ายสินค้า (Transshipment)

“พิพัฒน์” ยังแก้ต่างข้อวิจารณ์เรื่องความล่าช้าในการยกตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นลง โดยชี้ให้เห็นข้อมูลว่า เรือกว่า 90 % ไม่ได้ไปถึงปลายทางรวดเดียว แต่เป็นการถ่ายลำแยกสินค้า ซึ่งหากทำที่สิงคโปร์ได้ ไทยก็ทำได้เช่นกัน

ที่น่าสนใจคือ เม็ดเงิน 1 ล้านล้านบาทนี้ “รัฐไม่ได้ออกเงินเองแม้แต่บาทเดียว” แต่จะใช้โมเดลให้สัมทานที่ดินและเปิดให้เอกชนทั้งในและต่างประเทศเข้ามาลงทุน 100 % โดยเตรียมเปิดประมูลในไตรมาส 3 ของปีนี้

อย่างไรก็ตาม ถนนสู่ความมั่งคั่งไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ โครงการนี้ยังต้องผ่านด่านหินอย่าง EHIA หรือการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ซึ่งเป็นประเด็นที่คนในพื้นที่และกลุ่ม NGO เฝ้าจับตามองอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน “พิพัฒน์” เตรียมลงพื้นที่ในเดือนพฤษภาคมเพื่อ “เคลียร์ใจ” กับประชาชน โดยยอมรับว่า ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า ข้อมูลที่ฝ่ายคัดค้านได้รับนั้นเป็นความจริงกี่เปอร์เซ็นต์ และจะเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นได้อย่างไรเพื่อให้โครงการเดินหน้าไปได้โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

แลนด์บริดจ์ในยุครัฐบาลอนุทิน ไม่ได้เป็นแค่โครงการก่อสร้าง แต่มันคือ “เดิมพันครั้งใหญ่” ของประเทศไทยในการชิงพื้นที่บนแผนที่เศรษฐกิจโลก

มิถุนายนนี้ การตัดสินใจในที่ประชุม ครม. จะเป็นจุดเริ่มต้นว่า “น้ำหนึ่ง” ของอภิมหาโปรเจกต์นี้จะถูกรินออกมาได้จริงหรือไม่ และแลนด์บริดจ์จะกลายเป็นมรดกความมั่งคั่ง หรือจะเป็นเพียงภาพฝันที่ค้างคา ประชาชนคนไทยจะเป็นผู้ให้คำตอบในท้ายที่สุด…

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่