ท่ามกลางสถานการณ์ราคาพลังงานที่ผันผวน ทั้งน้ำมัน ก๊าซ และค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กำลังกลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อค่าครองชีพของประชาชน และต้นทุนของภาคธุรกิจในประเทศไทย
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบพบความผิดปกติของโรงกลั่นและผู้ค้าน้ำมัน ที่มีพฤติการณ์ประวิงเวลาส่งน้ำมันทำประชาชนเดือนร้อน ว่า ในช่วงเดือนมี.ค.ที่เกิดวิกฤตมีการกลั่นน้ำมันมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 แต่ได้รับแจ้งว่าปั๊มน้ำมันถูกลดโควตา แสดงให้เห็นว่าน่าจะมีการกักตุนเก็งกำไร ด้วยการซื้อน้ำมันในราคาเก่าที่ถูกเพื่อเก็บและไปรอขายในราคาใหม่ที่แพงกว่า
โดยในช่วงเดือน มี.ค.ได้ใช้เงินกองทุนน้ำมันไปชดเชยกว่า 60,000 ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ในราคาถูก แต่เงินชดเชยจำนวนนี้กลับไปชดเชยให้ผู้ค้าให้ได้รับกำไรมากกว่าที่ควร ดังนั้น กระทรวงพลังงานได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ไปตรวจสอบคลังน้ำมันทั้งหมด รวมถึงเรียกเก็บข้อมูลปริมาณน้ำมันทั้งปริมาณที่มีอยู่ ปริมาณที่รับ และปริมาณที่จ่ายออกทุกวัน ทำให้กองทุนเสียหายแทนที่ 60,000 ล้านบาท จะทำให้ราคาน้ำมันถูกลง แต่กลับไปเป็นรายได้ที่ไม่ควรได้ของผู้ค้า ทางกองทุนจะเรียกค่าเสียหายกลับคืนมา
“ขณะนี้การผลิตน้ำมันกลับสู่ปริมาณปกติ และปรับอัตราการอุดหนุนกองทุนน้ำมันให้ขาดทุนต่อวันลดลงได้ จากที่เคยขาดทุนกว่า 2,000 ล้านบาท/วัน เหลือขาดทุนประมาณ 100 ล้านบาท/วัน หากราคาตลาดลดลงอีกก็จะลดราคาหน้าปั๊มลงได้ โดยอีกไม่กี่วันจะตรวจสอบข้อมูลราคาหน้าโรงกลั่นเพื่อพิจารณาว่าจะลดราคาลงอีกได้หรือไม่ หลังจากก่อนหน้านี้ปรับลดค่ากลั่นลง 2 บาท”
ซึ่งพฤติกรรมการประวิงเวลาของเรือขนส่งน้ำมันที่ส่อว่าผู้ประกอบการรู้ล่วงหน้าว่าจะมีการขึ้นราคาน้ำมันในวันที่ 26 มี.ค.นั้น นายเอกนัฏ ระบุว่า จากสถานการณ์ก่อนหน้านี้ที่มีการอุดหนุนราคาน้ำมันในราคาสูงผู้ค้าย่อมเล็งเห็นหรือคาดการณ์ได้ ดังนั้นแทนที่จะขายวันนี้ ก็จะขายในอีกวัน เพราะเขาคาดการณ์ได้ว่าราคาจะขึ้น และทำให้ได้กำไรมากขึ้น
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน, กล่าวถึงความผิดต่างๆ ว่า นอกจากจะผิดตาม พ.ร.บ.สินค้าและบริการ และความผิดตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งมีอัตราโทษไม่สูง แต่พฤติการณ์ยังเข้าข่ายความผิด พ.ร.ก.ป้องกันและแก้ไขภาวะการขาดแคนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งมีโทษจำคุก 10 ปี ถือว่าเป็นโทษหนักและสูง และถ้าไปเกี่ยวข้องกับการขนน้ำไปยังกัมพูชา ก็จะผิดตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงด้วย ซึ่งเราต้องไปตรวจสอบ
ขณะที่ ภาคประชาชน อย่าง นางสาวรสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภคเรียกร้องให้กระทรวงพลังงานปรับลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นและหน้าปั๊มลงโดยเร็ว หลังราคาอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปรับลดลง แต่ราคาหน้าปั๊มไม่ลด และมีการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเพิ่ม ขณะที่ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เป็นธรรม
รสนา กล่าวอีกว่า ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเป็นเหมือนกองทุนที่ประกันกำไรให้กับโรงกลั่นเอกชน เนื่องจากในช่วงที่น้ำมันราคาถูก รัฐบาลก็จะอ้างเรื่องกองทุนน้ำมันเพื่อเก็บเงินเพิ่มทำให้ประชาชนต้องใช้น้ำมันแพง ทั้งนี้ หาก รมว. พลังงานดำเนินการตามข้อเสนอทั้งหมดที่ภาคประชาชนเสนอ จะช่วยลดภาระกองทุนน้ำมันอย่างแน่นอนและควรจะลดภาระของประชาชนที่ต้องจ่ายเงินหน้าปั๊มด้วย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews