พล.ต.ท.รุทธพล นวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปนม.ตร.) ปีตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
พล.ต.อ.ธัชชัย เปิดเผยว่า หลังจากได้รับมอบหมายจาก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ร่วมตรวจสอบกรณี ปัญหาเรื่องของการขาดแคนน้ำมันในช่วงวิกฤติ ว่าเหตุผลคืออะไร ซึ่งทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติไปดูตั้งแต่ต้นทางคือสถานีบริการน้ำมันต่างๆว่าในช่วงเหตุวิกฤตโดยเฉพาะหลังจากปิดช่องแคบฮอร์มุช มีการตรวจสอบในห้วงวันที่ 21-25 มีนาคม
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบตรวจสอบสถานีบริการและคลังน้ำมันส่งน้ำมันให้สถานีบริการต่างๆนำมาวิเคราะห์และพบว่าคลังน้ำมันมาตรา 7 จำนวน 3 แห่ง และ มาตรา 10 อีก 2 แห่ง ซึ่งมีปริมาณน้ำมันจึงจำนวนมากแต่ไม่ได้มีการจ่ายออกไป
ผลการสืบสวน พบว่ามีคลังน้ำมัน 5 แห่งที่น่าเชื่อหรือสงสัยว่ามีปริมาณน้ำมันที่ผิดปกติ ได้มีการตรวจสอบและได้ข้อสรุปว่าคลังน้ำมันทั้ง 5 แห่ง ตามมาตรา 7 จำนวน 3 แห่ง และมาตรา 10 คือ จ๊อบเบอร์ มี 2 แห่ง ที่พบความผิดปกติใน 3 ส่วน คือ1.น้ำมันในคลังมีจำนวนมากแต่จ่ายน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติที่เคยจ่ายเห็นว่ามีน้ำมันอยู่แต่ไม่ได้ออกไป
2.การขนส่งจากโรงกลั่นทางเรือสามารถ พบว่าการขนส่งทางเรือไปช้าเคลื่อนตัวช้าเพื่อให้ไปรอวันที่น้ำมันลอยตัวใน ถึงจะไปขึ้นท่า โดยการขนส่งทางเรือพบว่าเรือ 2 ลำมีการขนส่งเดินทางออกจากต้นทางไปถึงที่หมายช้ากว่าปกติ เรือลำที่ 1 ขนน้ำมันเบนซินและดีเซลจากตะวันออกไปภาคใต้ ตามปกติการเดินทางใช้เวลา 25 ชั่วโมง เรือลำนี้เดินทางในช่วงเย็นของวันที่ 24 มีนาคม จากตะวันออก เมื่อเรือออกไป สักพัก ก็จอดเรืออยู่แบบนั้น จนกระทั่งวันที่ 26 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่น้ำมันลอยตัวประกาศขึ้นราคา 6 บาท
ก็เห็นเรืออีกครั้งคืออยู่ที่ทะเลภาคใต้ ทั้งที่จริงต้องไปถึงที่ภาคใต้ในวันที่ 25 มีนาคม เพราะฉะนั้นเมื่อเรือดีเลย์ แค่ 1 วัน เรือลำดังกล่าวสามารถทำกำไรได้มากถึง 18 ล้านบาท
ส่วนเรือลำที่ 2 เดินทางจากตะวันออกมากรุงเทพมหานคร ใช้เวลาเดินทาง 8 ชั่วโมง โดยเรือลำนี้บรรทุกดีเซลและเบนซินรวม 5 ล้านลิตร ออกเดินทางวันที่ 25 มีนาคม ต้องไปถึงปลายทางในวันเดียวกั นแต่ในข้อเท็จจริง เรือลำนี้ไปถึงวันที่ 26 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่น้ำมันลอยตัว สิ่งที่เห็นคือ การจอดเรือเพื่อรอเวลา เรือลำนี้มีกำไรเพิ่มขึ้น 30 ล้านบาท
3.การขนส่งทางน้ำมันทางบก จากคลังไปสถานีบริการน้ำมันมีการลักลอบไปส่งไม่ตรงตามจุดหมายปลายทางที่กำหนดไว้ทำให้น้ำมันขาดแคลน สำหรับการขนส่งทางบกพบว่ามี 2 ส่วนขนส่งทางบกพบว่าการตรวจสอบจากคลังน้ำมัน พบว่าจำนวนประมาณกว่า 600 เที่ยว ไม่มีการระบุปลายทาง ทั้งที่การขนส่งจะต้องระบุปลายทางของสถานีขนส่ง อีกส่วนน้ำมันออกจากคลังสถานีบริการไปถึงปลายทางคือไปที่อื่นหรือไปปลายทางแต่ไปอ้อมไปที่อื่นก่อนค่อยไปปลายทางและปิด GPS กว่า148,000 ลิตรจำนวน 25 เที่ยว
สรุปว่าในช่วงวิกฤติระหว่างวันที่ 21 ถึง 25 มีนาคมพบว่าน้ำมันออกจากโรงกลั่น มีความผิดปกติดูแลทำให้น้ำมันถึงที่หมายช้า ส่วนที่สองครั้งน้ำมัน 5 แห่ง ที่ตรวจสอบพบว่าส่วนหนึ่งมีน้ำมันรวมกันแล้ว 46.7 ล้านลิตรในแต่ละวัน แต่ช่วงวิกฤตวันที่ 21 – 25 มีนาคม ไม่จ่ายออกไปหรือ จ่ายน้ำมันออกไปจำนวนน้อย ในขณะที่น้ำมันอยู่ในคลังจำนวนมากสิ่งที่เห็นทำให้เกิดเหตุวิกฤตในขณะที่สถานีบริการต้องการน้ำมันอย่างมากแต่คลังไม่ปล่อย
อธิบดีดีเอสไอ ย้ำว่า ในส่วนของการดำเนินคดีอาญาได้ยกระดับ รับเป็นคดีพิเศษแล้ว หลังการตรวจสอบร่วมของหน่วยงานต่างๆ พบความผิดปกติ โดยเราจะโฟกัสไปที่กลุ่มคลังน้ำมัน 6 โรงกลั่น ในภาคตะวันออกซึ่งได้ลำเลียงส่งน้ำมันไปที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้งนี้ ได้มีการออกหมายเรียกให้ผู้ประกอบการ 64 คน เข้ามาชี้แจง ที่ดีเอสไอ ในสัปดาห์หน้า ถ้าพบความผิดก็จะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาในทันที
ทางด้าน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตนเองในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานมีหน้าที่กำกับดูแลเรื่องของน้ำมันทั้งในส่วนที่จะต้องมีเพียงพอต่อการใช้ และอีกส่วนคือเรื่องราคาที่ต้องเป็นธรรม จากที่รับฟังข้อมูล จากเจ้าหน้าที่ พบว่า มีการกักตุนจริง ชะลอการส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการ ซึ่งพฤติกรรมต่างๆ ถือเป้นการซ้ำเติมพี่น้องประชาชนในสถานการณ์วิกฤต ซึ่งตนเองได้ตั้งคณะกรรมการชุดสุดซอยขึ้นมาเพื่อร่วมตรวจสอบ หากพบการกระทำความผิดในส่วนไหน จะรวบรวมเพื่อส่ง ดีเอสไอดำเนินคดีต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews