ท่ามกลางบรรยากาศความคึกคักที่สถานีกลางบางซื่อและสถานีขนส่งหมอชิต 2 ในช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ปี 2569 แม้จะเห็นผู้คนหนาแน่น แต่หากมองให้ลึกลงไปในแววตาของผู้เดินทาง กลับมีความกังวลฉายชัดถึง “ภาระหนัก” ที่แบกไว้บนบ่า
ระหว่างที่นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชน สิ่งหนึ่งที่ได้ยินหนาหูคือเสียงสะท้อนเรื่อง “ค่าน้ำมัน” และ “ค่าครองชีพ” ที่พุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัว ทำให้สงกรานต์ปีนี้ ประชาชนหลายคนต้องคิดหนักก่อนจะขยับตัวออกเดินทาง
ข้อมูลที่น่าสนใจจากนักวิเคราะห์ชี้ชัดว่า สงกรานต์ปีนี้บรรยากาศการเดินทางชะลอตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี โดย “เทพไท เสนพงศ์” นักวิเคราะห์การเมือง สะท้อนมุมมองว่า ปีนี้มีคนเดินทางกลับภูมิลำเนาเพียงร้อยละ 60 เท่านั้น ส่วนอีกร้อยละ 40 เลือกที่จะอยู่กรุงเทพฯ เพราะทนสู้ราคาน้ำมันและค่าตั๋วเครื่องบินที่ปรับตัวสูงขึ้นไม่ไหว
หลายครอบครัวเปลี่ยนแผนจาก “กลับไปสวมกอด” เป็นการ “วิดีโอคอล” และใช้วิธีโอนเงินให้พ่อแม่แทนการเดินทางไปเอง เพื่อประหยัดเงินหมื่นในกระเป๋าที่ต้องเสียไปกับค่าเชื้อเพลิง วิกฤตน้ำมันแพงจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง จึงกลายเป็นปัจจัยหลักที่กัดกร่อนความสุขในเทศกาลปีใหม่ไทยปีนี้
รัฐบาลพยายามแก้เกมเพื่อลดภาระประชาชน ด้วยการสั่งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงลดราคาน้ำมันดีเซลลง 4 บาทต่อลิตร เพื่อจูงใจและบรรเทาทุกข์ในช่วงเทศกาล นายกฯ อนุทิน ยืนยันว่า แม้ไทยจะคุมปัจจัยโลกไม่ได้ แต่จะใช้กลไกกองทุนน้ำมันพยุงราคาให้ดีที่สุด และยืนยันว่า “น้ำมันมีพอ” ไม่ต้องแย่งกันสำรอง
ผลจากการลดราคานี้ ทำให้ประชาชนบางส่วนที่ “ใจยังสู้” เลือกจะกัดฟันออกเดินทาง ส่งผลให้เส้นทางหลักอย่างถนนมิตรภาพและมอเตอร์เวย์ M6 ยังคงมีปริมาณรถหนาแน่น แต่หากวัดจากยอดการใช้จ่ายโดยรวม พบว่า ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะเงินส่วนใหญ่ถูกดูดซับไปกับถังน้ำมันจนแทบไม่เหลือให้จับจ่ายท่องเที่ยว
ในขณะที่ประชาชนสู้กับราคาน้ำมัน ภาครัฐก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ล่าสุดรัฐมนตรีจากกระทรวงกลาโหม ร่วมกับมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชนบูรณาการร่วมกับจิตอาสาและกู้ภัย เพื่อให้มั่นใจว่า “น้ำมันแพงแต่ต้องถึงบ้านอย่างปลอดภัย”
นอกจากดูแลความปลอดภัยบนท้องถนนแล้ว กองทัพยังเดินหน้าแผน “ทหารอาสา” เพื่อลดการเกณฑ์ทหารในระยะยาว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนโยบายสำคัญที่รัฐบาลพยายามขับเคลื่อนควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาปากท้อง
สงกรานต์ปี 2569 จึงเป็นบทพิสูจน์การปรับตัวครั้งสำคัญของคนไทย เมื่อความรักและความคิดถึงต้องชั่งน้ำหนักกับความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ แม้จำนวนคนเดินทางจะลดลง แต่น้ำใจและความกตัญญูยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เพียงแค่เปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารให้สอดคล้องกับยุคน้ำมันแพงเท่านั้น ขอให้ทุกท่านที่เดินทาง เดินทางโดยสวัสดิภาพ และขอให้สงกรานต์ปีนี้เป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่มีคุณค่าที่สุด…
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews