“โค้ชเชษฐ์-โค้ชนัตตี้” ร้อง ส.ส. พรรคประชาชน ปมบริษัทอาหารเสริมยักษ์ใหญ่สหรัฐอเมริกาเลิกสัญญาไม่เป็นธรรม แฉพฤติกรรม “กินรวบ” กีดกันทางการค้า
อาคารรัฐสภา (9 เมษายน 2569) – นายสุรเชษฐ์ วงศ์หล่อ (โค้ชเชษฐ์) และ นางจิณณพัต วงศ์หล่อ (โค้ชนัตตี้) อดีตผู้จำหน่ายอิสระระดับสูงสุด (President Team) ของบริษัท เฮอร์บาไลฟ์ (ไทยแลนด์) จำกัด พร้อมด้วย นายยศกร เหล่าโชติธนกุล ทนายความ เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ (อ.เอท) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต 19 พรรคประชาชน เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีถูกบอกเลิกสัญญาไม่เป็นธรรม และขอให้ตรวจสอบโครงสร้างธุรกิจขายตรงที่อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายการแข่งขันทางการค้า
นายสุรเชษฐ์ วงศ์หล่อ เปิดเผยว่า ตนทำงานร่วมกับบริษัทฯ มายาวนานกว่า 26 ปี สร้างเครือข่ายผู้จำหน่ายกว่า 10,000 คน และสร้างยอดขายทั้งทีมกว่า 1,000 ล้านบาท แต่กลับถูกบริษัทฯ บอกเลิกสัญญาโดยอ้างเหตุผลเรื่องการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ผิดระเบียบ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้รับความเห็นชอบจากผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานใหญ่ต่างประเทศแล้ว
“สิ่งที่น่าตั้งสังเกตคือ หลังจากบริษัทฯ กำจัดผู้จำหน่ายรายใหญ่ออกไปแล้ว บริษัทฯ กลับเปิดร้านค้าออนไลน์ของตนเองในแพลตฟอร์ม Shopee, LINE Shopping และ Lazada เสียเอง โดยมีหลักฐานภายในระบุว่าสำนักงานใหญ่เป็นผู้สั่งการ พฤติการณ์เช่นนี้เข้าข่ายการใช้อำนาจเหนือตลาดเพื่อกีดกันคู่ค้า และทำลายระบบตัวแทนจำหน่ายอิสระอย่างรุนแรง” นายสุรเชษฐ์ กล่าว


ด้าน นายยศกร เหล่าโชติธนกุล ทนายความ ระบุว่ากรณีนี้มีประเด็นข้อกฎหมายที่สำคัญ 4 ประเด็น คือ
การใช้อำนาจต่อรองที่เหนือกว่าโดยไม่เป็นธรรม: ตามมาตรา 57(2) พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้าฯ เนื่องจากผู้จำหน่ายพึ่งพารายได้จากบริษัท 100%
การกีดกันการประกอบธุรกิจ: ห้ามผู้จำหน่ายขายออนไลน์แต่บริษัทกลับทำเสียเอง เข้าข่ายมาตรา 57(3)
การแก้ไขสัญญาฝ่ายเดียว: โดยไม่แจ้งนายทะเบียน ตาม พ.ร.บ. ขายตรงฯ
ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม: สัญญาสำเร็จรูปที่เปิดช่องให้บริษัทเลิกสัญญาได้ตามดุลยพินิจฝ่ายเดียว
นอกจากกรณีเฉพาะบุคคลแล้ว กลุ่มผู้ร้องเรียนยังได้เสนอข้อเรียกร้องเชิงนโยบายเพื่อคุ้มครองผู้จำหน่ายอิสระกว่า 11 ล้านคนทั่วประเทศ ดังนี้:
เร่งรัดตรวจสอบ: ให้ สคบ. และ คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) สอบสวนพฤติกรรมของบริษัทฯ
ปิดช่องว่างทางกฎหมาย: ผลักดันให้ กขค. ออกแนวปฏิบัติ (Guideline) เฉพาะสำหรับธุรกิจขายตรง เช่นเดียวกับธุรกิจ Food Delivery เพื่อป้องกันการเอาเปรียบ
ปฏิรูปกฎหมาย: แก้ไข พ.ร.บ. ขายตรงฯ มาตรา 23 เพิ่มความคุ้มครองเรื่องการบอกเลิกสัญญา และยืนยันสถานะผู้จำหน่ายอิสระเป็น “ผู้ประกอบธุรกิจ” เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแข่งขันทางการค้า

ยกระดับบทลงโทษ: เนื่องจากค่าปรับปัจจุบันเพียง 300,000 บาท ไม่สามารถยับยั้งบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ได้
ทางด้าน นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ (อ.เอท) ส.ส. พรรคประชาชน ได้รับเรื่องร้องเรียนพร้อมระบุว่าจะนำประเด็นนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบมาตรฐานสัญญาระหว่างบริษัทข้ามชาติกับคู่ค้าชาวไทย ป้องกันไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำและคุ้มครองอาชีพของคนไทยในระบบธุรกิจขายตรงต่อไป

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews