อัปเดตคดีพนักงานสายการบินสาวไทยถูกจับที่เมลเบิร์น ล่าสุดสิ่งที่หลายคนกังวลเกิดขึ้นจริง หลังคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศบางส่วน ถูกเจ้าหน้าที่ตามด่านตรวจขอตรวจหาสารเสพติดแล้ว
เนื้อหา :: จากกรณีพนักงานสายการบินหญิงชาวไทย อายุ 26 ปี ถูกทางการออสเตรเลียจับกุมที่สนามบินเมลเบิร์น หลังเจ้าหน้าที่ตรวจพบเฮโรอีนมากกว่า 1 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในซับในกระเป๋าผ้า 12 ใบ มูลค่าประมาณ 500,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือกว่า 10 ล้านบาท โดยขณะนี้ผู้ต้องหายังคงถูกควบคุมตัวและมีกำหนดขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 14 กันยายนนี้
ขณะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิชี้แจงว่า กระเป๋าดังกล่าวผ่านการตรวจเอ็กซเรย์ ตามมาตรฐานความปลอดภัยครบถ้วนและไม่พบวัตถุต้องสงสัย พร้อมระบุว่า
การตรวจสัมภาระขาออกจะเน้นการค้นหาวัตถุระเบิดเป็นหลัก ส่วนสายการบินต้นสังกัดได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่
ล่าสุด ประเด็นดังกล่าวเริ่มสร้างความกังวลให้กับผู้ที่ถือหนังสือเดินทางไทย หลังเพจ “คุณซันนี่ Backpaeger แบกเป้เกอร์” อินฟลูเอนเซอร์สายท่องเที่ยว
โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า “พาสปอร์ตไทย = โดนเล็งตลอดไป วันนี้เดินทางเข้าประเทศใหม่ โดนเจ้าหน้าที่ตรงด่านตรวจขอตรวจหาสารเสพติดเรียบร้อย
พร้อมโชว์ภาพยาเสพติดชนิดต่าง ๆ ให้ชี้ว่ามีติดตัวมาหรือไม่”
หลังโพสต์เผยแพร่ออกไป มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น อาทิ “พาสปอร์ตไทยทรงอิทธิพลเรื่องโดนเพ่งเล็งตลอดไป”
ขณะที่บางส่วนมองว่าเจ้าหน้าที่เพียงปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรการรักษาความปลอดภัย และการถูกซักถามหรือถูกตรวจเพิ่มเติมอาจไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน
นอกจากนี้ ยังมีผู้ใช้รายหนึ่งระบุว่า ปกติไม่เคยถูกถามเรื่องยาเสพติด แต่เคยถูกเจ้าหน้าที่ถามย้ำหลายครั้ง เรื่องการนำน้ำผึ้งเข้าประเทศ ขณะที่คุณซันนี่ตอบกลับว่า ตนเดินทางเข้าหลายประเทศ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ถูกสุ่มตรวจเรื่องสารเสพติด
ส่วนอีกความเคลื่อนไหวที่หลายคนจับตา ล่าสุดไรเดอร์บริษัทขนส่งเอกชน ที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดขณะนำพัสดุไปส่งให้พนักงานสายการบินหญิงรายดังกล่าว ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับคดีดังกล่าว
ไรเดอร์รายนี้ระบุว่า ในวันเกิดเหตุได้ส่งพัสดุกว่า 100 ชิ้น และพัสดุดังกล่าว เป็นเพียงหนึ่งในเส้นทางที่ได้รับมอบหมาย โดยนำไปวางไว้ใต้คอนโดมิเนียม
และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็นผู้รับแทนตามขั้นตอนปกติ พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้รับค่าตอบแทนพิเศษใด ๆ และเพิ่งทราบเรื่องหลังมีสื่อมวลชนตามหาตัวบุคคลในภาพ
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อตรวจสอบที่มาของพัสดุและเส้นทางการจัดส่งอย่างละเอียดต่อไป
อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของทั้งไทยและออสเตรเลีย และต้องติดตามว่าการขยายผลจะเชื่อมโยงไปถึงบุคคลหรือเครือข่ายใดเพิ่มเติมหรือไม่
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews