การเมืองไทยกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อรัฐสภาเปิดวาระด่วน 32 ชั่วโมงครึ่ง รวม 2 วัน เพื่อรับฟังคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ นำโดยนายกรัฐมนตรี “อนุทิน ชาญวีรกูล”ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศท่ามกลางพายุวิกฤตเศรษฐกิจและความผันผวนของโลก
บนโพเดียมรัฐสภา นายกฯ อนุทิน ประกาศจุดยืนชัดเจนภายใต้หลัก 3 ประการ คือ พิทักษ์สถาบัน ยึดมั่นประชาธิปไตย และใช้หลักนิติธรรม พร้อมกางยุทธศาสตร์ 5 ด้าน เพื่อพาคนไทยก้าวข้ามวิกฤตโดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ประชาชน “ตั้งตัวได้” และหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง
หมัดเด็ดที่รัฐบาลเข็นออกมาสู้กับปัญหาปากท้อง คือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างโครงการ “คนละครึ่งพลัส” และการเร่งโอนงบประมาณปี 2569 มาเยียวยากลุ่มเปราะบางที่กำลังบอบช้ำจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงปรี๊ดจากผลกระทบของสงครามตะวันออกกลาง
ในมิติความมั่นคงและการต่างประเทศ รัฐบาลประกาศรื้อใหญ่! เตรียมทบทวนนโยบาย “ฟรีวีซ่า” เพื่อสกัดอาชญากรรมข้ามชาติ, เร่งศึกษาการยกเลิก MoU 44 พื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชาไปจนถึงการเปิดรับ “ทหารอาสา” 1 แสนอัตรา ด้วยสัญญาจ้าง 4 ปี เพื่อปูทางสู่การปฏิรูประบบเกณฑ์ทหารในอนาคต
แต่นโยบายที่รัฐบาลมองว่า สวยหรู กลับถูกฝ่ายค้านชำแหละไม่มีชิ้นดี! “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน เปิดฉากถล่มเป็นคนแรก ชี้ว่า นี่คือรัฐบาล “5 คลัสเตอร์อำนาจ”ที่จับมือกันเพื่อรักษาระเบียบเดิม ซัดเจ็บว่า นโยบายนี้ “ไม่มีประชาชนอยู่ในสมการ” และเลือกปกป้องพวกพ้องก่อนเสมอ
ขณะที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นอภิปรายอย่างดุเดือด ซัดพรรคแกนนำว่า “ไร้หัวใจ” เขียนนโยบายแบบกว้างๆ หลบเลี่ยงประเด็นร้อนอย่าง “แลนด์บริดจ์”และเขียนถึงไฟใต้เพียงสั้นๆ ทั้งที่ สส. ในสภาเพิ่งถูกลอบยิง! พร้อมจี้ปมกองทุนน้ำมันที่ผลาญเงินไปกว่า 4 หมื่นล้านบาท แต่กลับปล่อยให้ของแพงทั้งแผ่นดิน ก่อนทิ้งท้ายเจ็บแสบว่าหากรัฐบาลยังแสวงหาผลประโยชน์เข้าตัว ประชาชนจะตะโกนว่า “พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว!”
ไม่เพียงแค่ฝ่ายค้าน แต่เสียงสะท้อนจาก สว. และพรรคเล็กก็ดุเดือดไม่แพ้กัน สว. นันทนา นันทวโรภาส เปรียบเปรยอย่างเห็นภาพว่า รัฐบาลกำลังเขียนนโยบายโลกสวยอยู่ใน “ทุ่งลาเวนเดอร์”ขณะที่ประชาชนกำลังอดอยากอยู่ใน “ทุ่งกุลาร้องไห้” ปัญหาใหญ่ด่วนๆ อย่างฝุ่น PM 2.5 กลับถูกมองข้าม
ด้าน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม จากพรรคไทยภักดี ออกโรงเตือนรัฐบาลเรื่องขบวนการ “น้ำมันเก๊” ที่หายไปกว่า 600 ล้านลิตร ขู่ว่าหากไม่แก้ระวังอยู่ไม่ครบเทอม! ส่วน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส พรรคเสรีรวมไทย แฉกลางสภาว่า ครม. ชุดนี้เต็มไปด้วย “ลูกเทพและเด็กเส้น” รวมถึงคนที่มีชนักติดหลังคดีฮั้ว สว.
ขณะที่ “อรรถกร ศิริลัทธิยากร” สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ที่ชูเล่มนโยบายขู่ว่า จะเก็บไว้ทวงถามทุกสัญญา โดยเฉพาะค่าไฟ 3 บาท ว่าจะทำได้จริงหรือไม่
คำแถลงนโยบายที่ยาวเหยียด อาจไม่สำคัญเท่ากับการลงมือทำ รัฐบาลนายกฯ อนุทิน กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายรอบด้าน ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจโลก และแรงเสียดทานจากการเมืองในประเทศ
เวลา 4 ปีต่อจากนี้ จะเป็นบทพิสูจน์ว่า นโยบายที่ประกาศไว้กลางสภา จะเป็นเพียงตัวอักษรบนแผ่นกระดาษ หรือจะเป็นแสงสว่างที่พาคนไทยหลุดพ้นจากวิกฤตได้จริงๆ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews