“อรรถกร” ซัดนโยบายรัฐบาล “อนุทิน” ไร้ความตื่นตัว จี้ทวงทุกสัญญาหาเสียง ค่าไฟ-คนละครึ่ง-ฟรีวีซ่า ลั่น ไม่ปล่อยลืมคำพูดประชาชน
นายอรรถกร ศิริลัทธิยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม อภิปรายนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า เนื้อหาคำแถลงยัง “ไม่ตื่นตัว” และไม่สอดคล้องกับสถานการณ์วิกฤตของประเทศและความผันผวนของโลกในปัจจุบัน แม้จะยอมรับความชอบธรรมของรัฐบาลที่ได้รับฉันทานุมัติจากประชาชน แต่ยังมีความกังวลต่อแนวนโยบายที่ดูเหมือนเป็นการทำงานเชิงรับ มากกว่าการแก้ปัญหาเชิงรุกในช่วงวิกฤต พร้อมสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องเผชิญปัญหาค่าครองชีพและเศรษฐกิจที่ซบเซา
นอกจากนี้ ยังวิจารณ์การสื่อสารของภาครัฐในช่วงวิกฤตว่า ไม่มีความชัดเจน ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น ยกตัวอย่างกรณีข้อมูลด้านพลังงานที่ยังไม่โปร่งใส ทั้งปริมาณสำรองน้ำมันและแนวทางรับมือ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทำงานเชิงรุก “ถึงลูกถึงคน” และมีความเด็ดขาดมากกว่านี้
ส่วนในประเด็นนโยบายเศรษฐกิจ นายอรรถกรกล่าวถึงโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ที่คาดว่าจะใช้งบประมาณกว่า 44,000 ล้านบาท ว่า ไม่ขัดข้อง แต่ต้องติดตามผลลัพธ์ว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ ขณะเดียวกันยังทวงสัญญานโยบายค่าไฟ 3 บาทต่อหน่วย โดยชี้ว่าปัจจุบันค่าไฟมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น สวนทางกับคำหาเสียงของรัฐบาล ขณะแนวคิดส่งเสริมจักรยานยนต์ไฟฟ้า แม้จะเป็นนโยบายด้านเศรษฐกิจสีเขียวที่น่าสนใจ แต่ตั้งข้อสังเกตถึงผลกระทบระยะยาว ทั้งการจัดการซากรถเดิมและแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพ พร้อมแนะให้ดำเนินนโยบายอย่างรอบคอบ ไม่ให้ซ้ำรอยนโยบายในอดีตที่ไม่สำเร็จ
ด้านนโยบายทหารอาสาและพยาบาลอาสา นายอรรถกร ระบุว่า อาจต้องใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 35,000 ล้านบาทต่อปี และกลายเป็นภาระระยะยาว จึงเสนอให้รัฐบาลพิจารณาดูแลกลุ่มอาสาสมัครภาคเกษตรที่ยังไม่ได้รับค่าตอบแทนควบคู่กันไป ส่วนในมิติความมั่นคง ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการตามที่เคยหาเสียงไว้ เช่น การยกเลิก MoU 2544 และการจัดการปัญหาชายแดนอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ที่รัฐบาลตั้งไว้ 3% ภายใน 4 ปี นายอรรถกรมองว่าเป็นเรื่องท้าทาย เนื่องจากหลายหน่วยงานประเมินว่าการเติบโตปีนี้อาจอยู่เพียง 1.2-2.5% เท่านั้น
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตต่อนโยบายฟรีวีซ่า โดยเห็นว่าระยะเวลาพำนักของนักท่องเที่ยวบางประเทศยาวเกินความจำเป็น และอาจกระทบต่อแรงงานไทย จึงควรเร่งทบทวนให้เหมาะสม
ในด้านธรรมาภิบาล นายอรรถกรชี้ว่า แม้รัฐบาลประกาศยกระดับความโปร่งใส แต่ดัชนีการรับรู้การทุจริตของไทยล่าสุดกลับลดลงต่ำสุดในรอบ 19 ปี สะท้อนถึงความท้าทายด้านความเชื่อมั่น โดยช่วงท้าย นายอรรถกร ตั้งคำถามถึงมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางว่า ยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม ขณะที่บางกลุ่มทุนได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็ว พร้อมประกาศจุดยืนว่า พรรคกล้าธรรมจะติดตามและทวงถามทุกคำมั่นสัญญาของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ตนจะเก็บเล่มนโยบายรัฐบาลไว้ใกล้ตัว เพื่อทวงถามทุกคำพูดที่ให้ไว้กับประชาชน และหากรัฐบาลหลงลืม พวกเราจะคอยเตือนจนกว่าจะทำได้จริง พร้อมตั้งคำถามทิ้งท้ายว่า นโยบายที่ประกาศจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และประชาชนฐานรากจะได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงเพียงใด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews