นายกฯ เปิดงานวันผู้สูงอายุ-วันแห่งครอบครัว

การเมือง ข่าว

 

นายกฯ เปิดงานวันผู้สูงอายุ-วันแห่งครอบครัว หยอดคำหวาน บอกเข้างานมานึกว่าเจอเยาวชน อยาก ก้ม – กราบ – กอด เหตุ ทำให้มีความผูกพันและอบอุ่น เชื่อ สถาบันครอบครัวเป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัว ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “ก้ม กราบ กอดผู้สูงวัย สร้างครอบครัวไทยเข้มแข็ง”
ณ อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

 

ทั้งนี้ เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึง ได้พบและพูดคุย โดยนั่งข้างกับ นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส ที่มารับรางวัลผู้สูงอายุแห่งชาติ พ.ศ.2569 ซึ่งคาดว่าจะเป็นเรื่องของสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะที่ นายกรัฐมนตรีได้ยกมือขึ้นแตะศีรษะถึง 2 ครั้ง

 

ขณะที่ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้กล่าวรายงานความสำคัญของวันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัว

 

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ขึ้นกล่าวเปิดงานบนเวที พร้อมแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล ว่า สถาบันครอบครัวเป็นรากฐานสำคัญในชีวิตของพวกเราทุกคน เพราะเป็นพื้นฐานการสื่อสาร ความคิด ความเชื่อ ค่านิยม และวัฒนธรรม
ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ประกอบกันเป็นตัวตนของแต่ละคน ที่หลอมรวมกันในสังคมจนเกิดเป็นอัตลักษณ์ของชาติ หากสถาบันครอบครัวมีความแข็งแรง ประเทศชาติของเราก็จะแข็งแรง แต่ในทางตรงกันข้ามหากสถาบันครอบครัวอ่อนแอ
ก็คงเป็นการยากที่จะสร้างประเทศประเทศไทยให้เข้มแข็ง

ครอบครัวจึงมีความสำคัญกับชีวิตของเราทุกคน และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือผู้ใหญ่ หรือ ผู้สูงอายุ ในครอบครัว ซึ่งล้วนแล้วแต่เคยเป็นผู้ปกครองของพวกเราทุกคน และเป็นองค์ประกอบสำคัญในการส่งต่อเรื่องราว ความคิด ความเชื่อ
ค่านิยมและความอบอุ่นให้แก่คนรุ่นหลัง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าโลกในยุคปัจจุบันช่องว่างระหว่างคนแต่ละช่วงวัยก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ ปู่ย่าตายายกับคนรุ่นใหม่ในบางครั้งก็พูดคะละภาษา แต่ความสัมพันธ์ของการเคารพนับถือกันยังมีอยู่
เพียงแต่มีความห่างเหินทำให้สายสัมพันธ์ไม่เหมือนเดิม

 

การจัดงานผู้สูงอายุแห่งชาติและวันครอบครัวในปีนี้ จึงถือว่าสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลอย่างยิ่ง ที่ให้การส่งเสริมสวัสดิการและพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อครอบครัว และผู้สูงอายุในทุกมิติ ทั้งด้านสุขภาพ
ความปลอดภัย การมีงานทำที่เหมาะสม และการมีส่วนร่วมทางสังคม เพื่อให้ผู้สูงอายุยังคงเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ

การจัดงานในวันนี้ เกิดขึ้นภายใต้ แนวคิด “ก้มกราบกอด”ผู้สูงวัย สร้างครอบครัวไทยแข็งแรง ซึ่งทำให้เราเห็นภาพว่าบางครั้งการสานสัมพันธ์ในครอบครัวก็เริ่มต้นจากสิ่งง่ายๆ อย่างการก้มกราบและการกอดกันในครอบครัว
ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่เราคิดว่าไม่สำคัญ แต่ในยุคที่พวกเราต่างมือถือคนละเครื่อง เรื่องนี้ทำให้อดีตที่สำคัญกลับสู่ความทรงจำของเราอีกครั้งหนึ่ง

 

โอกาสนี้จึงขอให้ทุกหน่วยงานที่ร่วมกันขับเคลื่อนและผลักดันให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของครอบครัวและผู้สูงอายุ พร้อมขอแสดงความยินดี ให้ผู้สูงวัยทุกท่านให้มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง มีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ขอให้ทุกครอบครัวเต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่น และความสามัคคีเป็นพลังสำคัญในการธำรงและพัฒนาประเทศชาติของเราให้เจริญก้าวหน้าสืบไป

นายกฯ กล่าวอีกว่า ในปีนี้ก็เหมือนให้พรตัวเอง เพราะปีนี้อายุ 60 ปีแล้ว เข้าสู่วัยเกษียณเช่นกัน แต่เดี๋ยวนี้อายุเป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น น่าจะมีความหมายกับพวกเราเสียเหลือเกิน ตนเดินเข้ามาตนนึกว่างานเยาวชน ตนไม่ได้รู้สึกว่า
เดินเข้ามาในงานสังคมผู้สูงวัย แต่อยากก้ม อยากกราบ และอยากกอดทุกท่านเพราะว่ากิริยาท่าทางเช่นนี้เป็นกิริยาท่าทางที่จะทำให้เรามีความรักความผูกพันความอบอุ่นซึ่งกันและกัน ไม่มีอะไรดีไปกว่าการที่เราได้แสดง ความในใจ
ออกมาด้วยการกอดกันหรือเคารพนับถือด้วยการกราบ

 

ซึ่งจริงๆก็คือการไหว้ พร้อมยกตัวอย่างว่าสังคมไทยบางทีคนอายุมากกว่าก็เรียกพี่ สิ่งเหล่านี้จึงเป็นค่านิยมและวัฒนธรรมที่ดีที่ปลูกฝังกันมา ก่อนทิ้งท้ายว่า หากมีความสามัคคีกันมากเพียงพอ ก็จะฟันฝ่าอุปสรรคเหล่านี้ไปได้ จึงขอให้ทุกคนกลับไปบ้านไปก้ม กราบ กอด พร้อมขอให้ทุกคนมีความสุข สวัสดีปีใหม่ไทย

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้มอบรางวัลผู้สูงอายุแห่งชาติ พุทธศักราช 2569 ให้แก่ นายสุทธิชัย หยุ่น และรางวัลครอบครัวร่มเย็น ด้านผู้มีชื่อเสียง ประจำปี 2569 แก่ ครอบครัวกิจเจริญ

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่