9-10 เม.ย.คือวันแถลงนโยบายของรัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกุล2” ต่อรัฐสภา โดยจะใช้เวลาทั้งหมด 32 ชั่วโมง แบ่งเป็น “นายกฯหนู”ชี้แจงนโยบาย 1 ชั่วโมงครึ่ง คณะรัฐมนตรี มีเวลา 6 ชั่วโมงในการชี้แจงเพิ่มเติม วุฒิสภาได้เวลาอภิปรายสนับสนุน หรือมีข้อท้วงติง 4 ชั่วโมง พรรคร่วมรัฐบาล ได้เวลาในการสนับสนุนเสนอแนะ 5 ชั่วโมงครึ่ง และพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เวลารวม 14 ชั่วโมงครึ่ง ในการอภิปรายชี้ถึงความไม่เหมาะสม หรือจุดบกพร่อง เพื่อให้รัฐบาลนำไปปรับปรุงแก้ไข
โดย นโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา มีความยาวทั้งหมด 21 หน้า ภายใต้หลักการสำคัญ 3 ประการ
1.พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
2.ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
และ 3.ยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน
แบ่งออกเป็น 5 ด้านสำคัญ คือ นโยบายด้านเศรษฐกิจ นโยบายด้านการต่างประเทศและความมั่นคง นโยบายด้านสังคม นโยบายด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม และนโยบายด้านการบริหารภาครัฐ และการปฏิรูปกฎหมาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุ อภิปรายนโยบายรัฐบาลครั้งนี้ พรรคประชาชนจะมาในธีม “พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว” ส่งเสียงสะท้อนไปยังรัฐบาลถึงความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งเรื่องฝุ่น PM 2.5 และราคาน้ำมัน อยากให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลว่ามีใครกักตุนน้ำมันหรือไม่ พร้อมย้ำว่า การนำนโยบายจากพรรคอื่นๆ มามัดรวมกัน อาจจะยังไม่เพียงพอ เพราะสิ่งที่จำเป็นของประเทศขณะนี้ คือการขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีพลัง แต่ปัญหาของรัฐบาลในขณะนี้ คือประชาชนและภาคเอกชน ขาดความเชื่อมั่น เชื่อใจในรัฐบาล
ส่วน”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ฝ่ายค้านมากประสบการณ์ ระบุ เนื้อหาของนโยบายเป็นการเขียนบรรยายแนวคิด บรรยายสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปค่อนข้างตรง แต่ในแง่ของตัวนโยบายเขียนค่อนข้างกว้าง ไม่ค่อยชัดเจน และยังมองด้วยว่า ขาดไปอีกหลายเรื่อง ซึ่งต้องติดตามในการอภิปรายซักถามของฝ่ายค้านต่อไป
สำหรับนโยบายที่รัฐบาล”อนุทิน 2″ จะเสนอต่อรัฐสภา ทั้ง 5 ด้าน ประกอบด้วย มี 23 นโยบาย เพื่อสร้างโอกาส และนำพาประเทศให้มีความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น ประกอบด้วย
1.สร้างโอกาสเริ่มต้น และเติบโตอย่างทั่วถึงให้กับทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับคนไทย
2.ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโต แข่งขันได้อย่างยั่งยืน
3.เชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก สร้างพันธมิตรการค้า
4.เปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม ไปสู่การเกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง และยั่งยืน
5.สร้างไทยเป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค ยกระดับภาคท่องเที่ยวจากเน้นปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่าสูง
6.เร่งเสริมสร้างสถานะและความเชื่อมั่นต่อไทยในเวทีโลก
7.เสริมสร้างเสถียรภาพ
8.ขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจที่ขยายโอกาสให้ประชาชนและธุรกิจไทยผ่านการบูรณาการการทำงานในลักษณะ”ทีมประเทศไทย”
9.ส่งเสริมความมั่นคงชายแดนให้ปราศจากภัยคุกคามทุกรูปแบบและการแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในภูมิภาค
10.สร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
11.พัฒนาระบบการป้องกันประเทศและพัฒนาศักยภาพของกองทัพให้มีความพร้อม เหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทความมั่นคงทั้งในปัจจุบันและอนาคต
12.พัฒนาระบบทหารอาสาและการปฏิรูประบบเกณฑ์ทหาร
13.เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา
14.พัฒนาระบบประกันสุขภาพของคนไทยให้สามารถรักษาทุกที่ได้ทันที
15.เสริมสร้างสถาบันครอบครัวอันเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญของสังคม และสร้างชุมชนเข้มแข็งเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไทย
16.บริหารจัดการน้ำและป้องกันภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ
17.พัฒนาระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ
18.ผลักดันให้ประเทศบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593
19.การอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีคุณค่าและสมดุล
20.ราชการทันใจเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลอัจฉริยะอย่างเป็นธรรม
21.ปฏิรูประบบราชการ เสริมสร้างวินัยทางการเงินและการคลังของรัฐอย่างเป็นระบบ
22.การพัฒนากฎหมายเพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น
และ23.แก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง ทั้งหมดนี้ คือนโยบายรัฐบาล”อนุทิน 2″ พูดแล้วทำพลัส เพื่อที่จะทำให้ “พอแล้วๆ รวยไม่ไหวแล้ว”เกิดขึ้นได้จริงๆ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews