“เลว-ขายชาติ” นายกฯ ซัดเดือด! ลักน้ำมันขายเขมร

Hot Clips Video

 

“เลวครับ”… คำสั้นๆ แต่บาดลึกจากปากของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ที่มีต่อขบวนการลักลอบนำน้ำมันไทยไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อถูกถามย้ำว่า พฤติกรรมนี้เข้าข่าย“ขายชาติ” หรือไม่ ผู้นำประเทศกลับ “พยักหน้ารับ” ด้วยสีหน้าจริงจัง

นี่ไม่ใช่แค่การทุจริตธรรมดา แต่มันคือการสบช่องหาผลประโยชน์บนคราบน้ำตาของประชาชน ในวันที่คนไทยกำลังเผชิญวิกฤตพลังงาน แต่กลับมีกลุ่มคนบางกลุ่ม แอบสูบเอาทรัพยากรที่รัฐพยายามตรึงราคาไว้ไปขายเก็งกำไรในฝั่งกัมพูชาอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย

 

ข้อมูลเบื้องต้นที่ทำให้นายกรัฐมนตรีถึงกับเดือด คือรูปแบบการทำงานของขบวนการนี้ ที่ไม่ได้ทำกันแบบมดตะนอย แต่ทำเป็นระบบในรูปแบบ “บริษัท” มีการจัดเตรียมโลจิสติกส์และช่องทางกระจายสินค้าอย่างมืออาชีพ

 

ภารกิจไล่ล่าจึงถูกยกระดับเป็นวาระเร่งด่วน นายกรัฐมนตรีสั่งสนธิกำลัง 3 ประสาน ทั้งตำรวจ ทหาร และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เพื่อขุดรากถอนโคน ตั้งแต่คนขับไปจนถึง “นายทุนใหญ่” ที่อยู่เบื้องหลัง โดยในช่วงบ่ายวันนี้ พลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เตรียมหอบสำนวนความคืบหน้าเข้าพบนายกฯ เพื่อรายงานรายชื่อ “ตัวการใหญ่” ที่อาจสะเทือนไปถึงวงการธุรกิจสีเทา

 

ทำไมต้องเป็นกัมพูชา? คำตอบง่ายๆ คือ “ส่วนต่างราคา” ในวันที่รัฐบาลไทยพยายามอุ้มราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินให้ต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อช่วยประชาชน แต่น้ำมันในประเทศเพื่อนบ้านกลับพุ่งสูงตามราคาตลาดโลกอย่างเต็มสูบ
ทำให้เกิดช่องว่างมหาศาลที่จูงใจให้มีการลักลอบนำน้ำมันข้ามพรมแดน

 

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลกำลังพิจารณามาตรการ “ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 1 บาท” ตามข้อเสนอของ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อบรรเทาทุกข์ให้คนไทย แต่ความหวังดีของรัฐ กลับกลายเป็นดาบสองคม หากระบบการตรวจสอบชายแดนยังรั่วไหล ภาษีที่ลดให้ประชาชน อาจกลายเป็นกำไรที่ไหลเข้ากระเป๋าขบวนการลักลอบแทน

 

ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลบริหารจัดการล้มเหลว หรือแม้แต่ข้อหาหนักที่ว่า “เอื้อประโยชน์ให้นายทุนพลังงาน” นายกรัฐมนตรี ได้ตอบโต้ด้วยน้ำเสียงกร้าวว่า “ไม่มีทางที่ผมจะเห็นใครดีกว่าประชาชน”

 

นายกฯ อนุทิน ยืนยันว่า คณะรัฐมนตรีชุดนี้ไม่มีใครมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับราคาน้ำมัน และพร้อมเปิดรับทุกคำตำหนิเพื่อนำมาปรับปรุง พร้อมให้กำลังใจรัฐมนตรีร่วมทีมอย่าง “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯและ รมว.คมนาคม ว่า ในตำแหน่งระดับนี้ ไม่ต้องรอขอกำลังใจจากใคร แต่ให้ใช้ “ผลงาน” เป็นเครื่องพิสูจน์ศรัทธาต่อประชาชน

 

สงครามราคาน้ำมันครั้งนี้ รัฐบาลต้องสู้ในสองสมรภูมิ สมรภูมิแรกคือการบริหารจัดการภาษีและงบประมาณเพื่อพยุงค่าครองชีพ และสมรภูมิที่สองคือการปราบปราม “ไอ้โม่ง” ที่กัดกินทรัพยากรของชาติ

 

ปริมาณน้ำมันที่ลักลอบขายอาจจะยังระบุตัวเลขที่แน่นอนไม่ได้ แต่นายกรัฐมนตรี ย้ำชัดว่า จะตรวจสอบบัญชีน้ำมันในทุกพื้นที่ให้ตรงกัน เพื่อไม่ให้การตัดสินใจผิดพลาด วิกฤตครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่ารัฐบาลจะสามารถหยุดยั้งขบวนการ “ขายชาติ” และคืนความเป็นธรรมให้กับน้ำมันทุกหยดที่มาจากภาษีของประชาชนได้จริงหรือไม่

 

เพราะในยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้… ใครที่หากินบนความทุกข์ของเพื่อนร่วมชาติ ก็สมควรได้รับคำนิยามสั้นๆ จากผู้นำประเทศว่า “เลว” อย่างไม่มีข้อแม้

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่