ไทยช่วยไทย หั่นราคาสินค้า 50% สู้วิกฤต

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

ไฟสงครามในตะวันออกกลางไม่ได้ทำลายแค่บ้านเมืองในพื้นที่ขัดแย้ง แต่ยังส่งแรงกระแทกมาถึง “กระเป๋าสตางค์” ของคนไทยทั่วประเทศ เมื่อราคาพลังงานในตลาดโลกดีดตัวสูงขึ้น สภาวะ “ข้าวยากหมากแพง”จึงกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องเร่งแก้เกม

 

ล่าสุด รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ ไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องแบกรับภาระอย่างโดดเดี่ยว “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี คิกออฟเปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทย” ดึงความร่วมมือครั้งใหญ่ระหว่างภาครัฐและเอกชนหั่นราคาสินค้าอุปโภคบริโภคสูงสุดถึง 50% เพื่อเป็นเกราะกำบังทางเศรษฐกิจให้กับพี่น้องประชาชน

กลยุทธ์สำคัญของโครงการนี้ ไม่ใช่แค่การเอาของมาลดราคาแบบฉาบฉวย แต่กระทรวงพาณิชย์ได้จับมือกับห้างโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศ ดันสินค้ากลุ่ม House Brand (เฮ้าส์แบรนด์) และ Second-tier Brand(สินค้าแบรนด์รอง) ขึ้นมาเป็นทางเลือกหลักบนชั้นวาง

สินค้าเหล่านี้ผลิตโดยคนไทย คุณภาพดีเยี่ยม แต่ราคาเบาสบายกว่าสินค้าเจ้าตลาดทั่วไปมาก ซึ่งบรรดาผู้ผลิตก็พร้อมใจกันหั่นกำไร ลดค่าการตลาดลง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระคนไทยด้วยกัน งานนี้นายกฯ อนุทิน ถึงกับบอกเล่าอย่างเป็นกันเองกลางเวทีว่า “วันนี้ยาสีฟันที่บ้านหมดพอดี ก็ตั้งใจมาเดินซื้อในงานนี้เหมือนกัน” สะท้อนให้เห็นว่าของดีราคาถูก มีอยู่จริงและเข้าถึงได้ทุกคน

นอกจากการลดภาระค่าใช้จ่าย โครงการนี้ยังแฝงนัยสำคัญในการเปิดเวทีให้ “ผู้ประกอบการรายย่อย” ได้มีพื้นที่แจ้งเกิดและเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

นายกรัฐมนตรี ได้หยิบยกท่อนฮิตจากเพลงดังในอดีตเมื่อ 30-40 ปีก่อน ที่ร้องว่า “ถ้าไทยไม่ช่วยไทย แล้วใครจะมาช่วยเรา… ไทยเพื่อไทย อุดหนุนไทย ไทยพวกเรา” ขึ้นมาปลุกจิตสำนึก โดยย้ำว่านี่ไม่ใช่แค่วาทกรรมในยามวิกฤต แต่เป็นสัจธรรมที่คนไทยต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันในทุกเวลา เพราะเมื่อคนไทยไม่ทิ้งกัน การจะพาประเทศก้าวข้ามความท้าทายทางเศรษฐกิจบนเวทีโลก ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ด้านหัวเรือใหญ่กระทรวงพาณิชย์ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ออกมาให้คำมั่นการันตีกับประชาชนว่า แคมเปญลดค่าครองชีพนี้จะเดินหน้าอย่างเข้มข้นตลอด 2 เดือนเต็ม โดยร่วมมือกับเอกชนบริหารจัดการสต็อกอย่างรัดกุม ยืนยันว่า “สินค้าจะไม่มีทางขาดแคลน” และจะมีสินค้าหมุนเวียนเข้ามาทดแทนเพียงพอตลอดทั้งปี

ที่น่าสนใจ คือ แผนระยะยาวของกระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้หยุดแค่ในห้างสรรพสินค้าใหญ่โต แต่เตรียมขยายผลส่งต่อสินค้าราคาประหยัดเหล่านี้ ลงลึกไปถึง “ร้านโชห่วย” ในระดับชุมชน เพื่อกระจายรายได้เข้าสู่ท้องถิ่นโดยตรง และทำให้คนไทยในทุกพื้นที่ ทุกระดับ ได้รับการบรรเทาความเดือดร้อนอย่างแท้จริง

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่