โฆษก ศบก. ชี้ ตะวันออกกลางยังตึงเครียด เสี่ยงปิด “บาบเอลมันเดบ” กระทบขนส่งน้ำมัน เผย ไทยเตรียมรับมือระดับ 3 เร่งมาตรการดูแลประชาชน ขณะกองทุนน้ำมันแจงขึ้นราคากลางดึกอิงตลาดโลก พลังงาน รับยังประเมินไม่ได้แตะ 58 บาท/ลิตรหรือไม่
น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดและมีแนวโน้มยกระดับ โดยเฉพาะความเสี่ยงที่ช่องแคบบาบเอลมันเดบในทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ อาจได้รับผลกระทบเพิ่มเติม หลังจากก่อนหน้านี้ช่องแคบฮอร์มุซมีข้อจำกัดในการเดินเรือแล้ว ส่งผลให้การขนส่งพลังงานทั่วโลกเผชิญความไม่แน่นอน
โดยรัฐบาลได้ปรับรูปแบบการสื่อสารให้ชัดเจนและตรงไปตรงมามากขึ้น โดยยึดแนวคิด “ยืนระยะ” ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี เปรียบสถานการณ์ครั้งนี้เหมือนการวิ่งมาราธอน ที่ต้องบริหารทรัพยากรอย่างรอบคอบ และให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้เตรียมแผนรองรับสถานการณ์ไว้ 3 ระดับ โดยระดับที่ 1 เป็นผลกระทบเบื้องต้น ระดับที่ 2 เริ่มกระทบต่อการนำเข้าน้ำมันบางส่วน และระดับที่ 3 เป็นกรณีรุนแรงสูงสุด หากไม่สามารถนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางได้เลย ซึ่งรวมถึงกรณีปิดทั้งช่องแคบฮอร์มุซและบาบเอลมันเดบ

ปัจจุบันสถานการณ์ของไทยอยู่ในระดับ 2 และมีแนวโน้มเข้าสู่ระดับ 2.2 โดยยังไม่เห็นสัญญาณคลี่คลายในระยะ 1 เดือน โรงกลั่นในประเทศต้องเดินเครื่องเกินกำลังผลิตที่ 109–110% พร้อมจำกัดการส่งออกเพื่อสำรองใช้ภายในประเทศ และอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการเพิ่มเติม เช่น การส่งเสริม Work from Home หากสถานการณ์ยกระดับ
โดยน.ส.ณัฏฐา ยืนยันว่า รัฐบาลมีแผนรองรับระดับ 3 แล้ว ขอให้ประชาชนมั่นใจในระดับหนึ่ง พร้อมแนะนำการใช้น้ำมันทางเลือก เช่น ดีเซล B20 สำหรับรถที่รองรับตามมาตรฐาน ซึ่งในส่วนมาตรการดูแลประชาชน กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดสายด่วน 1569 รับเรื่องร้องเรียน ขณะที่เตรียมเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย” ดึงภาคเอกชนร่วมลดค่าครองชีพ
สำหรับประเด็นการปรับขึ้นราคาน้ำมันช่วงกลางดึก โฆษก ศบก. ชี้แจงว่า เป็นไปตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเพื่อป้องกันการกักตุน รวมถึงปัญหาน้ำมันขาดหน้าปั๊ม โดยยอมรับว่ามาตรการต้องปรับตามสถานการณ์ พร้อมขอความเข้าใจจากประชาชน
ด้านนายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ชี้แจงว่า ราคาน้ำมันโลกมีความผันผวนสูง จำเป็นต้องอ้างอิงราคาปิดตลาด โดยเฉพาะตลาดสิงคโปร์ช่วงค่ำ ทำให้ต้องประกาศปรับราคาหลังเวลา 21.00 น. พร้อมยืนยันว่าการพิจารณาคำนึงถึงหลายปัจจัย ทั้งราคาตลาดโลก ฐานะกองทุน และผลกระทบต่อประชาชน
ทั้งนี้ กองทุนน้ำมันยังคงช่วยพยุงราคา โดยล่าสุดมีเงินไหลออกวันละประมาณ 1,500 ล้านบาท และติดลบกว่า 42,000 ล้านบาท แต่ยังพยายามแบกรับภาระบางส่วนเพื่อไม่ให้กระทบประชาชนมากเกินไป
ขณะที่นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าราคาน้ำมันจะปรับขึ้นถึงลิตรละ 58 บาทหรือไม่ เนื่องจากขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยเฉพาะสถานการณ์ตลาดโลกที่ผันผวนอย่างมาก ยืนยันว่ารัฐบาลจะพยายามดูแลราคาพลังงานให้มากที่สุด แต่หากจำเป็นก็ต้องปรับตามกลไกตลาด
น.ส.ณัฏฐา กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลเข้าใจความเดือดร้อนของประชาชน แต่ข้อจำกัดด้านอำนาจในช่วงเปลี่ยนผ่านทำให้บางมาตรการ เช่น การลดภาษี ยังดำเนินการได้ไม่เต็มที่ ยืนยันว่าจะเร่งช่วยเหลือทันทีหลังกระบวนการทางนโยบายแล้วเสร็จ พร้อมย้ำว่าการดำเนินงานของ ศบก. จะยึดหลักข้อเท็จจริง เหตุผล และการสื่อสารที่ชัดเจนกับประชาชนต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews