เปิดต้นทุนจริงน้ำมัน รัฐอุ้มใคร?

คลิปข่าวทั่วไป Video

 

กระทรวงพลังงาน ร่วมกับ กระทรวงยุติธรรม โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการปกครอง สนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบคลังน้ำมันและโรงกลั่นทั่วประเทศกว่า 92 แห่ง หลังพบปัญหาน้ำมันขาดแคลนในบางพื้นที่และข้อสงสัยเรื่องการกักตุน โดยเน้นตรวจเช็กสต็อกรายวัน เส้นทางการขนส่ง และปราบปรามการลักลอบส่งออกน้ำมันตามนโยบายนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันป้องกันปราบปรามการลักลอบขนน้ำมันออกนอกประเทศ กักตุน และโก่งราคา

 

 

ซึ่งล่าสุด พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เข้าตรวจสอบ คลังน้ำมันลำลูกกา จ.ปทุมธานี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า ผลการตรวจสอบ พบว่าได้มีการจัดสรรน้ำมันไปยังคลังน้ำมันจังหวัด และสถานีบริการน้ำมันตามปกติ ซึ่งจะมีการตรวจสอบรายละเอียดในภาพรวมทั้งระบบอีกครั้งเพื่อตรวจสอบว่าปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอที่ปลายทางเกิดจากสาเหตุใด

ด้าน พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการตรวจสอบคลังน้ำมันทั่วประเทศ รวมทั้งผู้ประกอบการค้าส่งน้ำมัน (จ๊อบเบอร์) ว่ามีการจัดส่งตามปริมาณน้ำมันที่รับมาหรือไม่รวมทั้งปลายทางที่สถานีให้บริการน้ำมัน ต้องตรวจสอบว่ามีการสั่งน้ำมันในปริมาณปกติก่อนภาวะวิกฤตหรือไม่ อย่างไร

โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเร่งตรวจสอบ แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์เชื่อมต่อกับหน่วยต่าง ๆเพื่อให้ได้คำตอบในเชิงวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เพียงพอต่อการให้บริการประชาชนเกิดจากสาเหตุใดนอกจากนี้ พล.ต.อธัชชัยฯ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบในภาพรวมทั่วประเทศ ไม่พบการลักลอบส่งออกหรือนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งตามช่องทางปกติและพื้นที่แนวชายแดน รวมทั้งทางน่านน้ำแต่อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบและเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ เผยแพร่ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้“เปิดต้นทุนจริงน้ำมัน” ก่อนรัฐใช้เงินหลายหมื่นล้านอุ้มกำไรนายทุน พร้อมระบุข้อมูลว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบกว่า 35,000 ล้านบาท ณ วันที่ 29 มีนาคม 2569 และตัวเลขนี้พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงในสัปดาห์เดียว

คำถามที่ประชาชนต้องได้รับคำตอบคือ… เงินก้อนนี้กำลัง “ชดเชยการขาดทุน” หรือแท้จริงแล้วคือการ “อุ้มกำไร” ให้กลุ่มทุนน้ำมันอยู่เบื้องหลัง รัฐบาลอ้างกลไกตลาดโลกและราคาอ้างอิงสิงคโปร์เป็นเหตุผลปรับราคาน้ำมันสูงขึ้น แต่ยังไม่เคยเปิดเผย “ต้นทุนจริง” ต่อสาธารณะแม้แต่ครั้งเดียว เพื่อความเป็นธรรมแก่ประชาชน จึงถึงเวลาที่รัฐต้องเปิดตัวเลขนี้โดยเร่งด่วน

ข้อเท็จจริง คือ น้ำมันที่ขายวันนี้ ซื้อมาในราคา 3 เดือนก่อน น้ำมันสำเร็จรูปที่โรงกลั่นทั้ง 6 แห่งในไทยจำหน่ายอยู่ในขณะนี้ ล้วนผ่านการจัดซื้อน้ำมันดิบมาแล้วตั้งแต่ประมาณ 3 เดือนก่อน ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ การอนุญาตให้ใช้ราคาตลาดสิงคโปร์ ณ วันนี้เป็นฐานคำนวณ จึงเท่ากับเปิดช่องให้กลุ่มทุนทำกำไรส่วนต่างมหาศาล บนหยาดเหงื่อของประชาชนทุกคน

จึงขอเรียกร้องให้รัฐใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ผ่านคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เพื่อ ตรวจสอบต้นทุนน้ำมันจริงจากสต็อก 3 เดือนก่อนทันทีไม่ใช่ปล่อยให้มีการขึ้นราคาตามตลาดสิงคโปร์รายวัน หรือใช้เงินกองทุนอุดหนุนโดยไม่มีการตรวจสอบ ความโปร่งใสในเรื่องนี้ไม่ใช่แค่สิทธิของประชาชน แต่คือเงื่อนไขขั้นต่ำของความชอบธรรมในการบริหารประเทศขอให้รัฐบาลเร่งปฏิรูปโครงสร้างราคาน้ำมันโดยด่วน อย่าปล่อยให้ภาระต้องตกอยู่กับประชาชนอย่างไร้ทางแก้!

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่