จริงหรือ? พิษน้ำมัน ถอนทุนคืนเลือกตั้ง

Hot Clips Video

 

หลังการประกาศขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร ทุบสถิติความตกใจและทำเอาประชาชน “ช็อก” กันทั้งแผ่นดิน คำถามที่ตามมาดังเซ็งแซ่ไม่ใช่แค่ “จะอยู่กันอย่างไร?” แต่คือ “ทำไมต้องขึ้นโหดขนาดนี้?” ในวันที่รัฐบาลเพิ่งผ่านพ้นศึกเลือกตั้งปี 69 มาได้ไม่นาน จนนำไปสู่ข้อสันนิษฐานที่รุนแรงว่า… นี่คือกระบวนการ “ถอนทุนคืน” ของกลุ่มผลประโยชน์หรือไม่?

 

“รังสิมันต์ โรม” จากพรรคประชาชน ออกมาฟาดแรงว่า นี่คือการ “ปล้นประชาชน” ที่โหดร้ายที่สุด โดยตั้งข้อสังเกตว่า ไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมันอาจไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นกลุ่มทุนที่เป็นเครือข่ายของรัฐบาลเอง

ขณะที่พรรคประชาชนกางแผนผัง “จุดรั่วไหล” 5 จุด ตั้งแต่โรงกลั่นที่ชะลอการปล่อยน้ำมัน, พ่อค้าคนกลางที่กักตุนรอราคาพุ่ง, ไปจนถึงการลักลอบนำน้ำมันไทยออกไปขายประเทศเพื่อนบ้านเพราะราคาส่วนต่างที่ล่อใจ

ข้อสันนิษฐานนี้ถูกตอกย้ำโดย “รสนา โตสิตระกูล” อดีต สว. ที่ตั้งคำถามจี้จุดไปที่บิ๊กการเมืองเจ้าของปั๊มน้ำมันรายใหญ่ ว่า มีการใช้ข้อมูลภายในสั่งปิดปั๊มก่อนราคาขึ้น เพื่อตักตวงกำไรจากส่วนต่าง 6 บาทในชั่วข้ามคืนหรือไม่? ซึ่งหากเป็นจริง นี่คือการนำความเดือดร้อนระดับโลกมาเป็นโอกาสในการ “คืนทุน” จากศึกเลือกตั้งที่ใช้ทุนมหาศาล

ในอีกฟากหนึ่ง รัฐบาลยืนยันว่า นี่คือ “พิษสงคราม” ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่รุนแรงเกินคาด จนกระทบช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางลำเลียงน้ำมันโลก นายกฯ อนุทิน ระบุชัดว่าต้องปล่อยราคาตามกลไกตลาด เพื่อลดภาระกองทุนน้ำมันที่แบกรับไม่ไหว และป้องกันไม่ให้ต่างชาติไหลเข้ามาใช้น้ำมันราคาถูกของไทยจนขาดแคลน

ขณะที่กระทรวงพลังงาน ยืนยันว่า ไทยมีน้ำมันสำรองถึง 100 วัน แต่การที่หน้าปั๊มไม่มีน้ำมัน เป็นเพราะ “ความตื่นตระหนก” ของประชาชนที่แห่กันไปเติมมากกว่าปกติถึง 20 ล้านลิตรต่อวัน จนการขนส่งกระจายน้ำมันไม่ทัน ไม่ใช่การกักตุนอย่างที่ถูกกล่าวหา ส่วนการส่งออกไปเพื่อนบ้าน 5 ล้านลิตร ก็เพื่อแลกกับความมั่นคงทางไฟฟ้าที่ไทยยังจำเป็นต้องพึ่งพา

แม้รัฐบาลจะอ้างกลไกโลก แต่นักวิเคราะห์การเมืองอย่าง “เทพไท เสนพงศ์” มองว่า รัฐบาลมีอำนาจตาม พรบ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ที่จะ “อั้น” หรือ “ชะลอ” ราคาไว้ก่อนได้ โดยเฉพาะในช่วง 15 วันข้างหน้าที่สถานการณ์โลกอาจคลี่คลาย แต่การเลือกขึ้นราคาทันที 6 บาท กลับยิ่งซ้ำเติมวิกฤตศรัทธา จนผลสำรวจชี้ว่าประชาชนกว่า 91% ไม่พอใจการแก้ปัญหาครั้งนี้

ส่วนจะจริงหรือไม่? ที่มีการถอนทุนคืน… ข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายยังคงขัดแย้ง ฝ่ายหนึ่งมองว่า เป็น “การฉวยโอกาสกักตุน” อีกฝ่ายมองว่าเป็น “ความจำเป็นทางเศรษฐกิจ”

แต่สิ่งที่เป็นความจริงเชิงประจักษ์ คือ… เมื่อน้ำมันขึ้น สินค้าทุกอย่างจะขึ้นตาม และเมื่อราคาขยับขึ้นไปแล้ว มักจะไม่ยอมลงตามราคาน้ำมัน บทพิสูจน์ความจริงใจของรัฐบาลอนุทิน 2 ต่อจากนี้ คือการ “กางบัญชีน้ำมัน” ให้โปร่งใสตามข้อเสนอของฝ่ายค้าน เพื่อพิสูจน์ว่า “ไอ้โม่ง” มีจริงหรือไม่… ก่อนที่โดมิโน่เศรษฐกิจจะล้มครืนจนยากจะเยียวยา

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่