จากกรณีที่เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(ปคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทจำหน่ายน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่อ่างทอง หลังได้รับร้องเรียนว่ามีการขายน้ำมันเกินราคาในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี ก่อนขยายผลพบคลังน้ำมันต้องสงสัย ภายในคลังพบสต๊อกน้ำมันจำนวนมาก รวมกว่า 331,000 ลิตร รวมมูลค่ากว่า 12.5 ล้านบาท
ล่าสุด น.ส.แอม ตัวแทนบริษัทคู่ค้าน้ำมัน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปคบ. เพื่อนำเอกสารมายื่นเพิ่มเติม โดยเปิดเผยว่า ได้นำเอกสารสำคัญมายื่นต่อเจ้าหน้าที่ ได้แก่ ใบกำกับการขนส่งและใบกำกับภาษี เพื่อยืนยันว่า มีการซื้อขายน้ำมันเกิดขึ้นจริงตามขั้นตอน สำหรับเอกสารที่นำมายื่น เป็นข้อมูลธุรกรรมในช่วงวันที่ 1-18 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งสามารถตรวจสอบที่มาของน้ำมันและเส้นทางการซื้อขายได้อย่างชัดเจน
ตัวแทนบริษัทคู่ค้าคลังน้ำมัน ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันโดยตรง กับบริษัทในพื้นที่อ่างทองแต่เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจากแต่ละฝ่ายต่างมีเอกสารยืนยันในส่วนของตนเองส่วนบทบาทของบริษัทของตน เป็นลักษณะ “ผู้ประสานงานหรือผู้จำหน่าย” (ลักษณะจ๊อบเบอร์) ทำหน้าที่รับความต้องการจากลูกค้า ก่อนจัดหาน้ำมันและออกเอกสารให้ลูกค้าไปรับสินค้าด้วยตนเอง
ขณะนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหาอย่างเป็นทางการ เชื่อว่าเมื่อมีการนำเอกสารมายืนยันครบถ้วนแล้ว และมั่นใจว่าสามารถชี้แจงได้ ตัวแทนบริษัทคู่ค้า ยืนยันว่า การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างถูกต้องทั้งในด้านเอกสาร การซื้อขาย และราคา ไม่มีความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และยังสามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ ทั้งนี้ มองว่าประเด็นที่เกิดขึ้นอาจมาจากความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารหรือการส่งมอบเอกสารบางส่วนให้กับเจ้าหน้าที่ แต่ยืนยันว่าบริษัทมีหลักฐานครบถ้วน และพร้อมให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบอย่างเต็มที่
ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายก้องเกียรติ กิตติคุณ พลังงาน จ. อ่างทอง พร้อมนิติกร กระทรวงพลังงาน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปคบ. เพื่อนำเอกสารใบกำกับการขนส่งน้ำมันส่งมอบให้ตรวจสอบ หลังเข้าตรวจค้นคลังน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.อ่างทอง
พบสต๊อกน้ำมันจำนวนมากกว่า 331,000 ลิตร มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท ท่ามกลางข้อสงสัยเรื่องการกักตุนและจำหน่ายในราคาสูงกว่าท้องตลาด
นายก้องเกียรติ ระบุว่า การเข้าชี้แจงครั้งนี้ เป็นการให้ข้อเท็จจริงตามอำนาจหน้าที่ของกระทรวงพลังงาน โดยเฉพาะการตรวจสอบใบกำกับการขนส่งตามกฎหมาย ว่ามีความถูกต้องตรงตามต้นทางและปลายทางหรือไม่ ซึ่งหากพบความผิด มีโทษทั้งจำและปรับ พร้อมย้ำว่าประเด็นการกักตุนหรือการตั้งราคาน้ำมัน อยู่ในอำนาจของกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ด้าน พ.ต.อ.ธนาทัศน์ ศรีพิพัฒน์ ผู้กำกับการ 2 บก.ปคบ. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีดังกล่าว หลังจากตัวแทนคลังน้ำมันจ.อ่างทอง นำเอกสารเข้ามาให้พนักงานสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งเป็นเพียงการนำเอกสารมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ในเบื้องต้น พบว่ามีพยานหลักฐานบางส่วนที่สอดคล้องกับแนวทางคดี แต่ยังต้องทำการสอบปากคำเพิ่มเติมในหลายประเด็น โดยเฉพาะรายละเอียดในเอกสารการขนส่งซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากอยู่ในสำนวนการสอบสวน ส่วนประเด็นเรื่องคุณภาพน้ำมันที่ส่อไม่ได้มาตรฐานนั้น ทางตัวแทนบริษัทฯ ยังไม่ได้มีการชี้แจงในรายละเอียดดังกล่าว
จากการตรวจสอบเส้นทางน้ำมันของคลังที่ จ.อ่างทอง พบว่ามีการซื้อน้ำมันมาจากหลายแหล่ง เนื่องจากประกอบกิจการมานานแล้ว แต่ทางพนักงานสอบสวน ได้มุ่งเน้นตรวจสอบไปที่ช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตราคาน้ำมัน ซึ่งพบว่ามีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับบริษัทคู่ค้า 2 แห่งที่รับน้ำมันมา จึงได้เรียกตัวแทนเข้ามาชี้แจงข้อมูลทั้งหมด เพื่อตรวจสอบดูว่าน้ำมันมีที่มาที่ไปอย่างไรและได้มาตรฐานตามกฎหมายหรือไม่
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ พนักงานสอบสวนจะนำข้อมูลที่ได้จากทั้งฝั่งคลังน้ำมันและบริษัทคู่ค้ามาเปรียบเทียบกัน หากพบประเด็นสงสัยเพิ่มเติมจะมีการเรียกตัวแทนเข้ามาชี้แจงอีกครั้ง เพื่อสรุปข้อเท็จจริงว่าเข้าข่ายความผิดฐานกักตุนสินค้า ขายเกินราคา หรือจำหน่ายน้ำมันไม่ได้มาตรฐานตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิงหรือไม่ต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews