เราได้เห็นการประลองกำลัง หรือการแสดงแสนยานุภาพ ของฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านในสภา ไปแล้ว 2 ยก คือการโหวตเลือกประธานสภา และการลงมติบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี เสียงของรัฐบาลทั้ง 2 ครั้ง สะท้อนถึงความเป็นปึกแผ่น มั่นคงแข็งแรงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการโหวตนายกรัฐมนตรี “อนุทิน ชาญวีรกุล” ได้ไป 293 เสียง และมีงูเห่าสีส้มปรากฏกายในสภา ท่ามกลางเสียงของฝ่ายค้านที่แตกเป็นเสี่ยงๆ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ได้เพียง 119 คะแนน จากพรรคของตัวเองเท่านั้น
จากผลคะแนนที่ออกมาสะท้อนให้เห็นว่า พรรคฝ่ายค้าน ที่มีจำนวนน้อยกว่ารัฐบาลอยู่แล้ว เกือบ 100เสียง จะต้องประสบกับปัญหาอะไรบ้างในการติดตามตรวจสอบรัฐบาล”อนุทิน2″ ฝ่ายรัฐบาล ไม่ได้แคร์ ไม่ได้ให้เกียรติการส่งเสียงของฝ่ายค้านเลย เห็นได้จากการชิงปิดสภา ไม่ยอมให้ ผู้ทรงเกียรติ หารือเรื่องวิกฤตน้ำมัน หลังการโหวตนายกฯ แม้จะออกมาแก้เกี้ยวในตอนหลังว่ามีสาเหตุมากจากเรื่องส่วนตัวของประธานสภาก็ตาม นั่นคือปัญหา หรือเกมการเมืองที่ฝ่ายค้านจะต้องเจอ
ในขณะเดียวกัน หากย้อนกลับไปดูคะแนนเสียงในการโหวตอีกครั้ง จะพบว่า ฝ่ายค้านนั้น ซึ่งมีพรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์ เป็นแกนนั้น ก็ไม่ได้มีเอกภาพ หรือเป็นไปในทิศทางเดียวกันเลย อีกทั้งยังมีการชิงจังหวะการนำ และขโมยซีนกันเองด้วย ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าการทำงานของฝ่ายค้านหลังจากนี้ จะมีเอกภาพมากน้อยเพียงใด หรือจะทำกันกันแบบ ต่างคนต่างอู่ เพราะต้องไม่ลืมว่า 3 พรรคนี้ คือผู้ประกาศว่า จะไม่เอากันตั้งแต่ต้น ประชาธิปัตย์ เริ่มก่อน ไม่จับมือกับ”กล้าธรรม” ไม่ร่วมรัฐบาลถ้ามีกล้าธรรม จากนั้น”ประชาชน” ก็ประกาศตาม “มีเราไม่มีเทา” แต่สุดท้าย 3 พรรคกลับต้องมาทำงานร่วมกันในฐานะฝ่ายค้าน
ความไร้เอกภาพของ 3 พรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคประชาชน 120 เสียง พรรคกล้าธรรม 58 เสียง และพรรคประชาธิปัตย์ 21 เสียง จะกลายเป็น 3 เส้าฝ่ายค้าน และอาจบ่งบอกได้ว่า การทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ระหว่างพรรค “ส้ม-เขียว-ฟ้า” นับจากนี้ อาจแยกกันเดิน เหมือนเส้นขนาน แต่มีปลายทางเดียวกัน โดยที่ ทั้ง 3 พรรค มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป
“สีส้ม” มีฐานมวลชนคนรุ่นใหม่สนับสนุน มีความเชี่ยวชาญในการหาข้อมูลมาเปิดแผล รัฐบาลผ่านโซเชียลมีเดีย ส่วน”สีเขียว” มีข้อมูลเชิงลึก จากการเคยร่วมรัฐบาลกับสีน้ำเงินมาก่อน หรืออาจจะกุมความลับในบางเรื่องอยู่ อีกทั้งมีคอนเน็กชั่นกับส่วนราชการ ขณะที่ “สีฟ้า” มีภาพลักษณ์ การเมืองสุจริตเป็นจุดขาย มีประสบการณ์เก่าเกมในการเป็นฝ่ายค้าน แม่นข้อกฏหมาย ซึ่งรวมๆแล้ว จุดเด่นของ ทั้ง 3 พรรค หากเอามาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด แม้จะต่างคนต่างเดิน เป็น 3 เส้า แต่ก็น่ากังวลใจไม่น้อยสำหรับรัฐบาลสีน้ำเงินอมแดง หากหละหลวม เปิดช่องให้ฝ่ายค้านจับไต๋ได้ โอกาสพังก็มีด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ในวันข้างหน้า สมการการเมืองยังคาดเดาไม่ได้ว่า พรรคภูมิใจไทย จะประคองพรรคร่วมรัฐบาลไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ เพราะหากเกิดความขัดแย้งกับเพื่อไทย จนกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล ก็เป็นไปได้ที่พรรคสีน้ำเงิน อาจต้องใช้พรรคอะไหล่ มาเสริมความมั่นคงของรัฐบาลในอนาคต ดังนั้น สถานภาพฝ่ายค้านของพรรคกล้าธรรม ก็ยังถูกคาดการณ์ว่า เป็นพรรคฝ่ายค้านที่รอร่วมรัฐบาล และมีสัญญาณการทอดไมตรีไปยังพรรคภูมิใจไทยอยู่เสมอ แม้จะถูกปิดประตูอยู่ในเวลานี้ก็ตาม
ฝ่ายค้าน 3 เส้า ประชาชน กล้าธรรม และประชาธิปัตย์ อาจดูยังไม่เหนียวแน่น หรืออาจมองว่าความสัมพันธ์ยังเป็นแบบหลวมๆ มีการชิงจังหวะกันอยู่ และดูเหมือนพรรคประชาชน กำลงถูกโดดเดี่ยว แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า การเมืองไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวร หากผนึกกันได้ ศักยภาพ 3 พรรค อาจเป็นฝันร้ายของรัฐบาลทันที…
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews