“น้ำมันล่องหน” ใครคือไอ้โม่งตัวจริง?

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

วิกฤตสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อกว่า 20 วัน ส่งแรงกระเพื่อมมาถึงหัวจ่ายน้ำมันในประเทศไทย ไม่ใช่แค่ราคาที่พุ่งสูง แต่ “น้ำมันกลับหายไปจากระบบ” จนปั๊มน้ำมันหลายแห่งต้องติดป้าย “หมด” สร้างความเดือดร้อนให้ทั้งภาคขนส่งและเกษตรกร

 

คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นคือ “น้ำมันหายไปไหน?” ในเมื่อกระทรวงพลังงานยืนยันว่า สต๊อกน้ำมันในประเทศยังมีใช้ได้ถึง 101 วัน และโรงกลั่นยังเดินเครื่องเต็มกำลัง

“พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯ ในฐานะ ผอ.ศบก. ตั้งข้อสังเกตแรง ถึงขั้นประกาศจะใช้ “เครื่องจับเท็จ” กับทุกฝ่ายในซัพพลายเชน ตั้งแต่โรงกลั่น จ๊อบเบอร์ ไปจนถึงผู้ขนส่ง พร้อมตั้งประเด็นสงสัยว่า มีการแอบ “ส่งออกทางเรือ” หรือลักลอบขายไปประเทศเพื่อนบ้านที่มีส่วนต่างราคาสูงถึงลิตรละ 20 บาทหรือไม่?

“ต้องมาแก้ผ้าดูทีละคนว่า ใครเป็นคนกักตุนน้ำมัน ใครที่โกหก… น้ำมันมันล่องหนได้เหรอ? เพราะฉะนั้นต้องมีคนโกหกอย่างน้อยหนึ่งคน”

แต่แล้วหนังคนละม้วนก็เกิดขึ้น เมื่อ”อนุทิน ชาญวีรกูล“ นายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะประชุม ศบก. และออกมาแถลงด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป โดยยืนยันชัดเจนว่า “ไม่มีไอ้โม่ง” และน้ำมันไม่ได้หายไปไหน น้ำมันไม่เคยไม่พอ พร้อมเปรียบเทียบ มันเหมือนตู้เอทีเอ็ม ใส่เงินไว้สองล้านบาท แต่มีคนไปเบิกหกล้านบาท เพราะเกิดจากความกังวลของประชาชน จึงต้องมีการมาเติมเพิ่มขึ้น นำเก็บสำรองไว้เพิ่มมากขึ้นในครัวเรือน

ข้อมูลจากนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ปกติไทยใช้ดีเซลวันละ 67 ล้านลิตร แต่ความตื่นตระหนกทำให้ยอดพุ่งเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเกินกำลังการผลิตที่ 77 ล้านลิตร จึงเกิดภาวะ “ขาดแคลนชั่วคราว” ในบางพื้นที่ พร้อมย้ำว่า การส่งออกไปลาวและเมียนมาลดลงจากเดิมด้วยซ้ำ เพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงานในประเทศ

คำชี้แจงของผู้นำประเทศ กลับสร้างความไม่พอใจให้กับฝ่ายค้านและนักวิเคราะห์การเมือง พรรคประชาชนตั้งคำถามทันทีว่า การโยนบาปให้ประชาชนเป็น “ผู้กักตุน” เป็นเรื่องที่น่าละอายใจ เพราะชาวบ้านทั่วไปไม่มีศักยภาพจะกักตุนน้ำมันจำนวนมหาศาลขนาดนั้นได้

โดย ”ศุภโชติ ไชยสัจ“ สส.พรรคประชาชน ระบุ รัฐบาลพยายามอธิบายว่า ประชาชนใช้เพิ่มขึ้น แต่คำถามคือ น้ำมันบางส่วนกำลังไหลออกนอกประเทศหรือไม่? กำไรส่วนต่างลิตรละ 20 บาท ตกอยู่ที่ใคร

ขณะที่ “เทพไท เสนพงษ์”และ”จตุพร พรหมพันธุ์“ ประสานเสียงวิจารณ์ว่า รัฐบาลกำลังปกป้อง “ทุนพลังงาน” หรือไม่? เพราะในขณะที่คนไทยแบกรับราคาน้ำมันแพง แต่กลุ่มทุนกลับมีตัวเลขกำไรส่วนต่างสะพัดกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท พร้อมจี้ให้รัฐบาลเปิดข้อมูล Dashboard แบบ Real-time ว่า น้ำมันจากโรงกลั่นไปหยุดอยู่ที่คลังไหน หรือไหลไปที่จุดใดกันแน่

แม้นายกรัฐมนตรีจะพยายามสยบข่าว “ไอ้โม่ง” แต่ในทางปฏิบัติ ”พิพัฒน์“ ยังคงเดินหน้าตั้ง “ชุดเฉพาะกิจ” ไล่ตรวจสอบทั่วประเทศ ล่าสุดมีการบุกจับกุมการกักตุนน้ำมันที่จังหวัดอ่างทอง มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่า “การกักตุนมีอยู่จริง” แม้รัฐบาลจะพยายามบอกว่าเป็นเรื่องของดีมานด์ที่ผิดปกติก็ตาม

ดังนั้น มาตรการเร่งด่วนในขณะนี้ คือการอัดน้ำมันสำรองเข้าสู่ระบบ และผ่อนผันให้รถบรรทุกน้ำมันวิ่งได้ 24 ชั่วโมง เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติภายใน 1-2 สัปดาห์

สุดท้ายแล้ว… “ไอ้โม่ง” จะเป็นเพียงจินตนาการ เป็นประชาชนที่ตื่นตระหนก หรือเป็นกลุ่มทุนที่อาศัยช่องว่างวิกฤตสูบกำไร? คือโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลอนุทินต้องพิสูจน์ด้วย “ความจริง” ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขบนแผ่นกระดาษ

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews