ระวังภัย ยุคน้ำมันแพง

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

 

ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน ทั้งค่าเดินทาง ค่าอาหาร และราคาสินค้าต่าง ๆ ที่ทยอยปรับขึ้นตามต้นทุนแต่สิ่งที่น่ากังวลไม่แพ้กัน คือ “ภัยแฝง” ที่มากับช่วงวิกฤต โดยเฉพาะกลุ่มมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสหลอกลวงประชาชนในช่วงเวลาดังกล่าว

 

โดยทางภาครัฐยังคงตรวจสอบเฝ้าระวังการกักตุนน้ำมัน รวมทั้ง ไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาจำหน่าย เพื่อเอาเปรียบประชาชน

 

พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ. ) ร่วมกับหน่วยงานด้านพลังงาน พาณิชย์ และฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ จ.ปทุมธานี 4 แห่ง พื้นที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา อีก 5 แห่ง และ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ อีก 4 แห่งรวม 13 แห่ง

 

พล.ต.ต.คงกฤช เปิดเผยว่า ตำรวจ ปคบ. จะเดินหน้าตรวจสอบเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการกักตุนสินค้าและการเอารัดเอาเปรียบประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์โลกอาจส่งผลกระทบต่อภาคพลังงานและค่าครองชีพ พร้อมกำชับผู้ประกอบการให้บริหารจัดการน้ำมันอย่างเป็นธรรม และปฏิบัติตามนโยบายของภาครัฐอย่างเคร่งครัด

 

ทั้งนี้ มีคำแนะนำ สำหรับประชาชน ที่ไปเติมน้ำมันในสถานีบริการน้ำมัน ให้สังเกต ว่าขณะไปเติมน้ำมันตามปั๊มต่างๆ ควรเลือกปั๊มที่ได้มาตรฐานและน่าไว้ใจ และในการเติมน้ำมัน ควรสังเกตมิเตอร์ก่อนและหลังเติม และให้ขอใบเสร็จทุกครั้ง เพื่อเปรียบเทียบปริมาณน้ำมันกับราคาว่า สอดคล้องกันหรือไม่

 

ขณะที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัยประชาชนให้ระวังมิจฉาชีพหลอกลวงทางออนไลน์ หลังพบการแอบอ้างบริษัทน้ำมันชื่อดัง ส่ง SMS หรือโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียชวนรับคูปองเติมน้ำมันฟรีหรือส่วนลดพิเศษ เพื่อหลอกให้กดลิงก์ปลอม กรอกข้อมูลส่วนตัว และติดตั้งแอปพลิเคชันปลอมจนเกิดความเสียหาย แนะประชาชนไม่กดลิงก์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือไม่กรอกข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลทางการเงิน และควรตรวจสอบโปรโมชันผ่านช่องทางทางการของบริษัทก่อนทุกครั้ง

 

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เน้นย้ำข้อสั่งการ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะการขาดแคลนน้ำมันและเอาเปรียบประชาชนในช่วงระหว่างสงครามในตะวันออกกลาง

 

โดยได้สั่งให้ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ทั่วประเทศจากคลังน้ำมันจนถึงแนวชายแดนรวมทั้งให้ทางกองบังคับการตำรวจน้ำ สั่งให้เรือ จำนวน 30 ลำ ออกตรวจและสกัดกั้นทางทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน นอกจากนั้นแล้วยังจะมีการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมธุรกิจพลังงานกรมสรรพสามิต กรมการค้าภายใน และกรมศุลกากร ในการตรวจสอบคุณภาพน้ำมัน การลักลอบกักตุน และการโก่งราคา โดยให้มีศูนย์ CCOC ในการควบคุมการปฏิบัติในภาพรวมอย่างเคร่งครัด

 

พร้อมย้ำเตือนถึงกลุ่มผู้ค้าที่ลักลอบส่งออก กักตุน หรือฉวยโอกาสโก่งราคา ในช่วงภาวะวิกฤตน้ำมันนี้ อาจจะถูกดำเนินคดีในข้อหาหนักต่าง ๆ ซึ่งจะมีโทษตั้งแต่ 5-10 ปี รวมทั้งโทษปรับขั้นสูงสุดโดยยืนยันที่จะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายภาครัฐ ในการดูแลประชาชนไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ ซ้ำเติมในช่วงภาวะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นขนาดนี้

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews