ร้อง กกต.ขอให้สั่ง อนุกก.วินิจฉัยคดีฮั้วสว.หยุดทำหน้าที่

อาชญากรรม ข่าว

 

 

“สว.สำรอง” ยื่นหนังสือถึง กกต. ขอออกคำสั่งให้อนุกรรมการวินิจฉัยฯ 1 ราย ในคดีฮั้ว สว. หยุดปฏิบัติหน้าที่ เหตุวางตัวไม่เป็นกลาง

 

วันนี้ (17 มี.ค. 69 ) ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กลุ่ม สว.สำรอง นำโดย พล.ต.ท. คำรบ ปัญญาแก้ว , นายอุทัย อัตถาพร , นายธนวัฒน์ ศรีสุข พร้อมคณะ เดินทางมายื่น”หนังสือคัดค้านผลการไต่สวนของคณะอนุกรรมการวินิจฉัย ต่อ กกต. 7 คน ก่อนมีมติส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง

 

พลตำรวจโทคำรบ กล่าวว่า การต่อสู้ของคณะสว. สำรอง ตลอด 1 ปี 8 เดือน พบว่าการดำเนินการติดตามของกกต.ในช่วงที่ผ่านมา เลยระยะเวลาจากที่กกต.กำหนดไว้ในระเบียบของกกต.ว่าจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 1 ปี มาอย่างยาวนานจนปัจจุบันแต่ยังไม่เสร็จสิ้นประกอบกลับเมื่อเร็วๆนี้พบและทราบจากข่าวทางสื่อมวลชนว่าได้มีการในข่าวออกมาในทำนองว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 เห็นว่าข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว. จำนวน 229 คน ไม่มีมูลความผิด ทำความเห็นเสนอต่อ กกต.ชุดใหญ่พิจารณา

 

ตามปกติแล้วในการดำเนินการวินิจฉัยเรื่องร้องเรียน ต่างๆของ กกต. เมื่อเข้าสู่กระบวนการในขั้นที่ 3 จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดข้อโต้แย้ง ซึ่ง ทาง กกต.มีการแต่งตั้ง ผู้มีความรู้ความสามารถ ไว้แล้ว แต่จะส่งเรื่องการตรวจสอบไปให้ชุดใด จะไม่เป็นที่เปิดเผย เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่จะไปตรวจสอบหรือผู้ถูกกล่าวหาได้ล่วงรู้ว่าใครจะเป็นผู้ตรวจสอบเรื่องของตนเองเพื่อป้องกันการวิ่งเต้นและ คณะ อนุกรรมการวินิจฉัย ต้องมีความเป็นกลางและซื่อสัตย์สุจริต

แต่ในกรณีของคดีนี้ปรากฏว่ากกต.ได้มีการแต่งตั้งคณะวินิจฉัยขึ้นมาเป็นชุดพิเศษเป็นการแต่งตั้งหลังจากที่มีรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่อ้างว่าจะไม่แทรกแซง ก็ปรากฏว่ามีการแต่งตั้งคณะ อนุกรรมการวินิจฉัยอีก 7 ท่านโดยทั้ง 7 ท่าน รับรู้รับทราบตั้งแต่ต้นแล้วว่าจะต้องไปตรวจสอบ คดีฮั้วสว.

 

ต่อมา ปรากฎ ภาพข่าวตามสื่อมวลชนหลายสำนักว่า มี 1 ใน คณะอนุกรรมการวินิจฉัยท่านหนึ่ง ไปปรากฏตัว ต้อนรับ นายอนุทิน ที่จ.บุรีรัมย์ นั่นแสดงให้เห็นว่าคณะอนุกรรมการวินิจฉัย คนนี้ อาจจะมีการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมในความเป็นกลางทางการเมือง ในฐานะที่ตนเองเป็นผู้ตรวจสอบ นายอนุทิน ที่มีรายชื่ออยู่ใน จำนวน 229 คน ในคดีฮั้ว สว. แต่ก็ไปเคารพ นบนอบ นายอนุทิน ทั้งที่ตนเองไม่มีหน้าที่ต้องไปในวัน เวลา สถานที่ดังกล่าว

 

ดังนั้นจึงเป็นการผิดระเบียบ ของกกต. ในการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เป็นกลาง ไม่เหมาะสม กกต.ต้องให้บุคคลผู้นั้นหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ในเรื่องนี้ก็ไม่พบว่า กกต. มีการดำเนินการใดๆหรือมีการระงับยับยั้งกับอนุกรรมการวินิจฉัยรายนี้ แต่ประการใดหรือไม่

ขณะเดียวกันเมื่อเร็วๆนี้ก็ปรากฏข่าว ว่ากำลังจะมีการฟอร์มทีมรัฐบาลใหม่มีผู้ที่ถูกกล่าวหาในคดี ฮั้ว สว. จำนวน 13 คน ในจำนวน 229 คน น่าจะได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี และการตรวจสอบในคดีนี้ มีกำลังจะถูกทักทาย ด้วยการโยนหินถามทางของคณะอนุวินิจฉัยฯ ที่ปรากฎเป็นข่าวออกมาว่าจะยกคำร้องทั้ง 229 คน โดยที่ กกต. แถลงออกมาแบบไม่ยอมรับ แต่ก็ไม่ปฏิเสธกระแสข่าวดังกล่าว

 

พลตำรวจโทคำรบ กล่าวโดยสรุปว่า ในประเด็นนี้กลุ่ม สว.สำรอง จึงมีข้อกังวลใจเป็นอย่างยิ่งว่ามีความเป็นมาและพฤติกรรมทั้งหมดนั้น ของทางกกต. เองจะไหลไปตามคำขอ หรือแรงกดดันของผู้มีอำนาจ หรือผู้มีอิทธิพลทางการเมืองหรือไม่

 

จึงมายื่นหนังสือให้กกต.ทั้ง 7 คนได้ใช้ความรู้ความสามารถ ว่า คณะกกต. ที่ส่วนหนึ่งและเป็นส่วนใหญ่ที่ถูกพิจารณารับรองมาจากสว. ชุดปัจจุบัน ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาด้วยเช่นกัน ในส่วนนี้เราก็อยาก กกต.ควรจะต้องธำรงค์และรักษาไว้เพื่อและชื่อเสียง ได้เกียรติยศ ของท่านเองโดยเฉพาะบางท่านมาจากสถาบันอันสูงส่ง ขอให้รักษาสถาบันของท่าน รักษาอนาคตของประเทศไทยและทำเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกหลานด้วย

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews