“นายกฯหนู” 291 เสียง ความเสี่ยงที่เลือก”เพื่อไทย”

Hot Clips คลิปข่าวทั่วไป Video

 

โฉมหน้าของรัฐบาลใหม่ชัดเจนแล้ว “สีน้ำเงิน”ดีลจบที่ 291 เสียง หนุน “อนุทิน ชาญวีรกุล” เป็นนายกฯ ประกอบด้วย ภูมิใจไทย เพื่อไทย เป็นแกนหลัก และมีพรรคเล็ก พรรคน้อยอีก 13 พรรคเข้าร่วม ส่วนฝ่ายค้านมี 209 เสียง จาก 6 พรรค “ประชาชน-กล้าธรรม-ประชาธิปัตย์-ไทรวมพลัง-รวมไทยสร้างชาติ-เสรีรวมไทย และไทยภักดี”

 

จากจำนวนเสียงที่รวมกัน การทำงานในสภา ถือเป็นรัฐบาลที่มีความเข้มแข็งค่อนข้างสูงมาก เพราะมีจำนวนมือที่จะยกในการผ่านกฏหมาย ขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ถึงเกือบ 300 มือ คงไม่ต้องลุ้นอะไรกันมากนัก เหมือนรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ ในช่วงก่อนหน้านี้ และคงไม่มีงูเห่า งูเขียวให้เห็นอีก ก็น่าจะเป็นนิมิตรหมายที่ดีของการเมืองสมัยใหม่ ส่วนจะอยู่ยาวครบเทอมหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับผลงาน และความเหนียวแน่น ระหว่างน้ำเงินกับแดง

พอพูดถึงความเหนียวแน่น ระหว่างน้ำเงิน กับ แดง ภูมิใจไทย กับ เพื่อไทย หากจะย้อนอีตจริงๆ 2 พรรคนี้ก็รากเหง้าเดียวกัน เคยร่วมหัวจมท้ายกันมาก่อน ภายใต้สังกัด ไทยรักไทย ภายใต้การนำของ”ทักษิณ ชินวัตร” เมื่อพรรคถูกยุบ ก็ยังอยู่ภายใต้ชายคาพลังประชาชน เมื่อถูกยุบอีกครั้ง จึงแยกไปตั้งพรรคภูมิใจไทย และย้ายข้างไปจับมือประชาธิปัตย์ ดัน”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นนายกฯ และเหินห่างกันเล็กน้อย อยู่กันคนละฝั่ง แต่ก็ยังไว้ไมตรี

อย่างครั้งรัฐบาล”ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้าน แต่ก็ไม่ร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต่อมาในยุค คสช.ก็อยู่กันคนละฝ่ายชัดเจนขึ้น ตอบโต้กันบ้างประปรายตามเกมการเมือง ก่อนจะกลับมาคืนดีกันในช่วงตั้งรัฐบาล “เศรษฐา ทวีสิน” และหักกันอีกครั้ง ในยุค “แพทองธาร ชินวัตร” เพราะขุดคุ้ยฮั้ว สว. และเขากระโดง ก่อนจะมาญาติดีกันอีกรอบ หลังเลือกตั้งที่พรรค”น้ำเงิน”เป็นฝ่ายคว้าชัยชนะถล่มทลาย และพรรคแดงพ่ายแพ้ย่อยยับ จำใจต้องร่วมตั้งรัฐบาล “อนุทิน 2″ด้วยหลากหลายเหตุผล

มองกันตามสมการการเมือง ภูมิใจไทย 191 เสียง จับมือกับ เพื่อไทย 75 ที่นั่ง แค่ 2 พรรค 266 ที่นั่ง ก็เกินกึ่งหนึ่งของสภา สามารถเป็นรัฐบาลโดยไม่ต้องง้อพรรคอื่น แต่อาจมีข้อกังวลใจ เพราะหากเพื่อไทยถอนตัวเมื่อไหร่ เพราะเคยมีประวัติ เคยหักกันมาก่อน รัฐบาลอาจล่มทันที จึงต้องดึงพรรคเล็กพรรคน้อยเข้ามาอีก 25 เสียงเพื่อถ่วงดุล แต่ในความเป็นจริง เสียงของพรรคเล็กๆ แทบไม่มีประโยชน์เลย เพราะหากพรรคแดงถอนตัว รัฐบาลก็จะล่มอยู่ดี เว้นแต่มีเสียงงูเห่า หรือมีพรรคไหน ยอมเป็นอะไหล่ รอเสียบอยู่ตลอดเวลา รัฐบาล”อนุทิน2” ถึงจะไปต่อได้

หมากตานี้ของภูมิใจไทย บอกตรงๆ ถือว่าเสี่ยง และเล่นใหญ่มาก ที่ยึดเอากระทรวงหลักเกรดเอมาไว้กับตัวเองเกือบทั้งหมด ชนิดเพื่อไทยแทบไม่ได้อะไรเลย ต่างจากเมื่อครั้ง ภูมิใจไทย ไปเข้าร่วมเพื่อไทย ตั้งรัฐบาล “เศรษฐา” และร่วมรัฐบาล “แพทองธาร” ครั้งนั้น พรรคน้ำเงิน มีแค่ 71 เสียง ยังต่อรอง เอากระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน มาได้

แต่ครั้งนี้ “เพื่อไทย” มีถึง 75 เสียง กลับได้แค่ กระทรวงเกษตรฯ ที่พอจะมองเป็นเกรดเอ ส่วนที่เหลือเป็นเกรดบี และ ซี เท่านั้น งานนี้ คงต้องวัดดวง และวัดใจเพื่อไทยจริงๆ ว่าจะจับมือกันเดินไปตลอด หรือไม่ เพราะเพิ่งจะมีการสลัดทิ้งกันกลางทางมาหมาดๆ แผลนี้คงยังไม่สมานไม่ดีพอ แถมยังมีแผลใหม่จากการกีดกันบางคนออกจากเก้าอี้รัฐมนตรี ก็อาจพร้อมประทุได้ตลอดเวลา

แต่เมื่อมองกลับไปที่ฝ่ายค้าน “ส้ม เขียว ฟ้า” ที่หลายคนมองว่า ไม่น่าจะมีเอกภาพ เพราะต่างฝ่ายต่างมีบาดแผลกันมา จึงไม่น่าจะมีพลังอะไรมากมายมาล่มรัฐบาล และน่าจะเป็นเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้ “น้ำเงิน” กล้าเสี่ยง ไว้ใจ “สีแดง” ยอมทิ้ง”สีเขียว” สำหรับการเดินหน้ารัฐบาล”อนุทิน 2″ แต่ต้องดอกจันทน์ คำพูดของ “ผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า” ที่ส่งสัญญาณอำลากระทรวงเกษตรฯ ว่าคงจากไปไม่นาน เป็นท่าทีที่น่าสนใจไม่น้อย

คำว่า”ไม่นาน” นั้น  หมายถึงรอเสียบอยู่ หรือจะมีอะไรเกิดขึ้น จนทำให้รัฐบาลน้ำเงิน อยู่ไม่ได้ ต้องเลือกตั้งใหม่ และ”กล้าธรรม”จะกลับมาในฐานะผู้ชนะอีกครั้ง ซึ่งนั่นคือเรื่องของอนาคต ไม่มีใครจะรู้ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่สิ่งที่เป็นปัจจุบัน คือ “ภูมิใจไทย” ยอมที่จะเดินหมากเสี่ยงกับ”เพื่อไทย”แล้ว

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews