การลักลอบนำ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ เข้ามาในประเทศไทย ส่งผลเสียหลายด้าน ทั้งสิ่งแวดล้อม สุขภาพ เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของประเทศ
วันนี้มีการบูรณาการร่วมกันหลายหน่วย ในการตรวจสอบการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์แบบผิดกฎหมาย
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย พ.ต.ต. ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ ( DSI) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมตรวจสอบตู้สินค้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะเทศบาล และเศษพลาสติก จากประเทศต้นทาง สหรัฐอเมริกาปลายทางประเทศไทย โดยได้เข้าตรวจสอบที่ท่าเรือแห่งหนึ่งในพื้นที่แหลมฉบังจังหวัดชลบุรี
โดยข้อมูลรายงานจัดทำโดย สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง กรมศุลกากร พบว่ามีการลักลอบนำขยะอิเล็กทรอนิกส์และขยะพลาสติกอย่างผิดกฎหมายจากประเทศสหรัฐอเมริกาประกอบด้วยตู้สินค้าต้องสงสัยว่าลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ และขยะพลาสติก ตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 ถึงเดือนมีนาคม 2569 จึงได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและแจ้งอายัดตู้สินค้าต้องสงสัยดังกล่าวไปยังกรมศุลกากร จำนวนทั้งสิ้น 714 ตู้
นายสุชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยพบการปนเปื้อนสารเคมีในดินและแหล่งน้ำในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ จังหวัดที่พบรายงานการลักลอบทิ้งขยะอันตรายและสารเคมี ได้แก่จังหวัดระยอง ชลบุรี ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ลพบุรี บุรีรัมย์ และอยุธยา สาเหตุเกิดจากการลักลอบฝังกลบและการกำจัดขยะอันตรายอย่างไม่ถูกวิธีของเจ้าของกิจการโรงงานในไทย
นอกจากกรณีดังกล่าวแล้ว ยังพบว่ามีการตั้งโรงงานเถื่อนเพื่อรองรับขยะอันตรายที่เต็มไปด้วยสารพิษเพื่อรีไซเคิลขยะหรือสกัดเอาแร่ที่มีราคาแพงไว้ แต่ของเสียที่เกิดขึ้นจากการกระบวณการดังกล่าวกลับไม่ได้รับการกำจัดหรือบำบัดอย่างถูกวิธีก่อนที่จะทำการฝังกลบหรือปล่อยออกสู่ธรรมชาติ ทำให้เกิดมลพิษทั้งทางดิน ทางน้ำ และทางอากาศ เป็นอันตรายต่อทั้งคน พืช สัตว์ และสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ต้องใช้งบประมาณของรัฐจำนวนมหาศาลในการบำบัดฟื้นฟู อีกทั้งยังต้องใช้ระยะเวลานานและยากต่อการฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพเดิม
พ.ต.ต. ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงบทบาทของ DSI ในคดีดังกล่าว โดยเน้นไปที่ตัวเนื้องานและการจัดการทั้งขบวนการโดยหลังจากนี้ดีเอสไอ จะรับเป็นคดีพิเศษ จัดการขบวนการลักลอบนำเข้าขยะอันตรายข้ามชาติที่มีความซับซ้อนตรวจสอบบริษัทที่แอบนำเข้าสารพิษโดยอ้างว่าเป็นขยะรีไซเคิลและประสานส่งขยะคืน ผลักดันการส่งขยะพิษกลับสู่ประเทศต้นทางตามอนุสัญญาบาเซิล
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ให้ข้อมูลว่าเมื่อปีที่ 2569 ผ่านมา ศุลกากรมีการตรวจสอบพบขยะอิเล็กทรอนิกส์นำเข้าแบบผิดกฎหมายและผลักดันออกนอกประเทศไปกว่า 5,000,000 กิโลกรัม และดำเนินคดีกับบริษัทที่ลักลอบนำเข้าโดยบริษัทจะต้องเป็นคนออกค่าใช้จ่ายในการนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆกลับไปยังประเทศต้นทางเอง
ทางด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ระบุว่าก่อนหน้านี้มีการบูรณาการร่วมกันระหว่างกรมควบคุมมลพิษควบคุมมูล และดีเอสไอเพื่อตรวจสอบขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ลักลอบเข้ามาในประเทศไทย แต่คณะทำงานจะไม่หยุดตรวจสอบแค่วันนี้ หลังจากนี้ ยังมี อีกหลายขั้นตอนที่มีการวางแผนไว้ รวมถึงการตรวจสอบเรื่องการสมทบฟอกเงินด้วย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews