การโจมตีที่สังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน จากปฏิบัติการร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอล เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ทำให้ผู้คนในประเทศต่างเสียใจอย่างสุดซึ้ง จากเหตุการณ์ สูญเสียผู้นำในครั้งนี้ รวมถึงพี่น้องชาวมุสลิมในหลายประเทศต่าง แสดงความไว้อาลัยต่อการเสียชีวิตของอดีตผู้นำอิหร่าน
ขณะที่ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย ได้เปิดให้ตัวแทนทางการทูตนานาชาติประจำประเทศไทย และข้าราชการระดับสูงในประเทศไทย ร่วมลงนามในไว้อาลัยแก่การถึงแก่อสัญกรรมของอายะตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่าน และประชาชนชาวอิหร่านที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์โจมตี โดยกองทัพสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล
โดย เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เจ้าหน้าที่ประจำสถานทูต รวมทั้งตัวแทนทางการทูตจากแต่ละประเทศ เช่น เอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานประจำประเทศไทย กงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐนิการากัว ประจำประเทศไทย ต่างมาร่วมลงนามไว้อาลัยด้วย ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
ส่วนตัวแทนรัฐบาลไทย มีนายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ เป็นตัวแทนรัฐบาลไทย ร่วมลงนามไว้อาลัย
ขณะที่ พี่น้องชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ กว่า 200 คน ที่มีทั้งชาย หญิง เด็กและผู้สูงอายุ ต่างออกรวมตัวกัน ด้านสถานทูตอิหร่าน เพื่อแสดงการไว้อาลัยเนื่องด้วยการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของผู้นำสูงสุดทางจิตวิญญาณชัยยิดอะลี คาเมเนอี
นายอาลี ชาฮุไซนี อายุ 40 ปี ตัวแทนกลุ่มชาวชีอะห์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นตัวแทนของพี่น้องชาวชีอะห์ รวมถึงชาวซุนนีบางส่วนในประเทศไทย ที่มีความเคารพและศรัทธาต่อ “อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำของอิหร่าน ซึ่งนอกจากจะเป็นผู้นำประเทศแล้ว ยังถือเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวชีอะห์ทั่วโลกด้วย
โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีชาวชีอะห์ราว 40,000–45,000 คน จึงต้องการออกมาแสดงจุดยืนว่าในประเทศไทยก็มีผู้ที่รักและเคารพผู้นำดังกล่าว และรู้สึกเสียใจต่อการจากไป
ทั้งนี้ การรวมตัววันนี้เป็นการเลือกใช้วิธีการที่สันติ โดยมารวมตัวบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตอิหร่าน เพื่อให้กำลังใจรัฐบาลและประชาชนชาวอิหร่าน แม้จะสามารถไปแสดงออกที่สถานทูตสหรัฐ หรืออิสราเอลก็ได้ แต่เนื่องจากรัฐบาลไทยขอความร่วมมือให้เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบและรักษาความสงบ ประกอบกับผู้ร่วมกิจกรรมเป็นคนไทย จึงเลือกวิธีที่สงบที่สุด
นายอาลี ยังฝากถึงท่าทีของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล และหน่วยงานด้านความมั่นคงว่า ชาวชีอะห์ ในประเทศไทยไม่มีเจตนาสร้างปัญหาหรือความวุ่นวายในประเทศ แต่อยากให้หน่วยงานรัฐดูแลทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม ทั้งกลุ่มผู้ที่มีความเห็นต่าง พร้อมขอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทยวางตัวเป็นกลาง ไม่เลือกข้างในความขัดแย้งระหว่างประเทศ ถึงแม้จะมีความกังวล ว่าท่าทีของรัฐบาลไทยอาจไม่เป็นไปตามที่ต้องการ แต่เชื่อว่ารัฐบาลไทยมีความรอบคอบและเฉลียวฉลาด อีกทั้งยังมีความเป็นกลาง เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่รัฐได้ดูแลสถานการณ์และทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง
สำหรับบรรยากาศบริเวณด้านหน้าสถานเอกอัครราชทูต พบว่าทางเจ้าหน้าที่ได้ติดรูปอดีตผู้นำสูงสุด และแถบผ้าสีดำ รวมทั้งลดธงชาติอิหร่านลงครึ่งเสา เพื่อเป็นการไว้อาลัยแก่การถึงแก่อสัญกรรมของอดีตผู้นำสูงสุด และความสูญเสียที่เกิดขึ้นในประเทศอิหร่าน
นอกจากนี้มีประชาชนนำดอกไม้มาวางไว้อาลัยบริเวณริมรั้ว พร้อมกระดาษข้อความที่แสดงความเสียใจต่อการถึงแก่อสัญกรรมของอดีตผู้นำสูงสุดของประเทศและให้กำลังใจชาวอิหร่านในสถานการณ์เช่นนี้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews